ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย ดันตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่ง
วอชิงตัน ดี.ซี. – ข่าวสารล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
สัญญาณผ่อนคลายจาก Fed: โอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
รายงานจาก CNBC และ Bloomberg ระบุว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 85% ที่ Fed จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งสุดท้ายของปีนี้. แม้ว่ารายงานการประชุมรอบก่อนหน้าจะเผยให้เห็นถึงความเห็นที่แตกแยกกันในหมู่เจ้าหน้าที่ Fed แต่แรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงถึงการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อหลัก (Core Inflation) และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ได้ผลักดันให้เกิดการพิจารณาถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงิน.
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะเป็นการปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Fed กำลังเปลี่ยนจุดยืนจากการต่อสู้กับเงินเฟ้อไปสู่การประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับข่าวดังกล่าวอย่างคึกคัก โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวสูงขึ้นทันที เนื่องจากนักลงทุนมองว่าต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและผลกำไรของบริษัทต่างๆ
การควบรวมกิจการและการเคลื่อนไหวในภาคธุรกิจโลก
นอกจากประเด็นนโยบายการเงินแล้ว Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญเกี่ยวกับการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมโฆษณาและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท Omnicom ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการ Interpublic (IPG) ที่เสร็จสมบูรณ์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน. การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาดโฆษณาดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ มีรายงานว่า City Developments Limited (CDL) ได้รับคำแนะนำทางกฎหมายเพื่อดำเนินการเข้าซื้อโรงแรมขนาดใหญ่ในกรุงลอนดอน. การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินในสหรัฐฯ แต่การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในตลาดสำคัญของโลกยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนรายใหญ่
แนวโน้มเงินเฟ้อโลกและเศรษฐกิจปี 2569
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งถูกนำเสนอในรายงานของ Bloomberg และ Reuters ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อโลกโดยรวมคาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะลดลงจาก 5.9% ในปี 2567 เหลือ 4.5% ในปี 2568 และจะเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้นในปี 2569. อย่างไรก็ตาม รายงานจาก J.P. Morgan Global Research ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อหลักในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้า.
ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อโลกจะชะลอตัวลงอย่างกว้างขวาง ยกเว้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.1% ในปี 2568 และ 2.0% ในปี 2569. การวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การชะลอตัวของอุปสงค์และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดแรงกดดันด้านราคาในหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นปัจจัยเฉพาะของสหรัฐฯ
โดยสรุปแล้ว การอัปเดตข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ตอกย้ำว่า ตลาดการเงินโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยมีนโยบายของ Fed เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ควบคู่ไปกับการปรับตัวของภาคธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ และการจับตาดูแนวโน้มเงินเฟ้อโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2568 และต่อเนื่องไปถึงปี 2569.

















