ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มลดดอกเบี้ย แต่ความเสี่ยงตลาดพันธบัตรพุ่งสูง
วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568
Bloomberg ชี้ “จุดเปลี่ยน” อัตราดอกเบี้ยโลก
รายงานจาก Bloomberg Economics ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “จุดเปลี่ยน” ของวัฏจักรอัตราดอกเบี้ย โดยคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้วจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568. นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจะลดลงจาก 3.6% ณ สิ้นปี 2567 ไปอยู่ที่ประมาณ 2.9% ณ สิ้นปี 2568.
สำหรับธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed นั้น Bloomberg Economics คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Rate) ขอบบนจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 3.75% ภายในสิ้นปี 2568. แม้ว่าตลาดการเงินจะมีการกำหนดราคาล่วงหน้า (Market Pricing) สำหรับการลดดอกเบี้ยลงในแต่ละครั้งที่ 0.25% (25 Basis Points) แต่การตัดสินใจของ Fed ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินทั่วโลก. การปรับลดดอกเบี้ยนี้เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นว่าภาวะเงินเฟ้อที่เคยพุ่งสูงได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว ทำให้ธนาคารกลางมีพื้นที่ในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น
CNBC เกาะติด ECB นำร่องลดดอกเบี้ย
ในขณะที่ Fed กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบถัดไป CNBC และสื่อในยุโรปรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ก้าวเป็นผู้นำในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยได้ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 Basis Points ตามที่คาดการณ์ไว้. การเคลื่อนไหวของ ECB ถือเป็นการ “ออกตัวก่อน” Fed ในการริเริ่มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่กลางปี 2567.
การตัดสินใจของ ECB สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่แตกต่างกันในภูมิภาคยุโรป ซึ่งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างซบเซากว่าสหรัฐฯ การลดดอกเบี้ยจึงเป็นความพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอ. บทวิเคราะห์ของ CNBC ชี้ว่าการที่ ECB ตัดสินใจลดดอกเบี้ยต่อเนื่องนั้นเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังตลาดโลกถึงทิศทางของการผ่อนคลายทางการเงินที่กำลังจะมาถึง
Reuters และ BIS เตือนภัย “ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่”
แม้จะมีข่าวดีเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย แต่ Reuters ได้เผยแพร่รายงานเตือนภัยร้ายแรงด้านเสถียรภาพทางการเงินจาก ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS). รายงานดังกล่าวระบุว่า หัวหน้าคนใหม่ของ BIS ได้ออกมาเตือนถึงความจำเป็นในการจำกัดความสามารถของ “กองทุนเฮดจ์ฟันด์” (Hedge Funds) ในการใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการกู้ยืมเงินในระดับสูงเพื่อทำการซื้อขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาล.
BIS แสดงความกังวลว่า การกู้ยืมในระดับสูงเพื่อทำกำไรส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (Basis Trade) ในตลาดพันธบัตร อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในวงกว้าง หากตลาดเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง. องค์กรทางการเงินระดับโลกอื่นๆ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (FSB) ก็ได้แสดงความกังวลที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาคการเงินนอกธนาคาร (Non-Bank Financial Sector) หรือที่เรียกว่า Shadow Banking.
บทสรุป: ความหวังในการเติบโตพร้อมการระมัดระวัง
โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกได้วาดภาพของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง. อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินที่เกิดจากพฤติกรรมเก็งกำไรในตลาดพันธบัตร. การตัดสินใจของธนาคารกลางทั่วโลกจึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการควบคุมความเสี่ยงของระบบการเงินโลกที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบาง
อ้างอิงข้อมูลจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters, BIS (Bank for International Settlements), ECB (European Central Bank), และ FSB (Financial Stability Board).



















