ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
99






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาการลดดอกเบี้ย Fed ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน


ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

วอชิงตัน ดี.ซี. / นิวยอร์ก / ลอนดอน – สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงแห่งความไม่แน่นอน โดยมีจุดสนใจหลักอยู่ที่สัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินทั่วโลกในขณะนี้

Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลาย: ตลาดคาดการณ์วงจรการลดดอกเบี้ย

รายงานจาก Bloomberg และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน (easing cycle) หลังจากการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อมาอย่างยาวนาน. แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายของ Fed จะแสดงความระมัดระวังและไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการที่รวดเร็วเกินไป แต่ความเชื่อมั่นที่ว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2569 ยังคงเป็นแรงผลักดันหลักในตลาด.

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับขนาดและความเร็วของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่า Fed จะเลือกที่จะลดอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 50 จุดพื้นฐาน (50-point cut) ซึ่งถูกมองว่า “ไม่น่าจะเกิดขึ้น” ในระยะเวลาอันใกล้นี้. ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่า Fed จะใช้วิธีการที่ค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ (data-dependent) เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนที่รุนแรงในตลาดพันธบัตรและตลาดทุน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวก นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี

CNBC รายงานว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตอบรับสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยด้วยการขยายตัวต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่กลับมาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนดัชนีสำคัญอย่าง Nasdaq. การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยได้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูง ซึ่งส่งผลให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

นักวิเคราะห์จาก Merrill และ Bank of America Private Bank ซึ่งถูกอ้างถึงในรายงาน ระบุว่า ตลาดกำลังอยู่ใน “ช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายของ Fed” ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการคาดการณ์ตลาดกระทิงอย่างระมัดระวัง (cautiously bullish market forecast). การที่ดัชนีหลักสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ที่สำคัญได้ เป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในทิศทางของตลาด

มุมมองเศรษฐกิจโลกไตรมาส 4 ปี 2568: ความยืดหยุ่นในความไม่แน่นอน

ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 รายงานจากทั้งสามสำนักข่าวชี้ให้เห็นถึงสภาวะที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “ความยืดหยุ่นในความไม่แน่นอน” (Resilience in uncertainty). การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกยังคงถูกมองเหมือน “แบบทดสอบรอร์สชัค” (Rorschach test) ที่ทุกคนมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันแต่ตีความต่างกันไป.

  • จีน: เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอตัวลงสู่ระดับประมาณ 4% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เนื่องจากปัจจัยลบจากภาคการส่งออกที่อ่อนแอ และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงซบเซา.
  • เอเชียตลาดเกิดใหม่ (EM Asia): ภูมิภาคนี้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางลบมากที่สุด โดยคาดว่าโมเมนตัมการเติบโตจะเริ่ม “ชะลอตัวลง” (catch down) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเฉพาะประเทศที่มีความเชื่อมโยงทางการค้ากับจีนสูง.
  • เงินเฟ้อและนโยบาย: แม้ว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะเป็นจุดสนใจ แต่รายงานยังเน้นย้ำว่าผลกระทบของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed นั้นเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าสำหรับประเทศนอกสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนผ่านการติดตามนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างใกล้ชิด.

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้วาดภาพของตลาดการเงินโลกที่เต็มไปด้วยความหวังและความระมัดระวัง ความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ได้จุดประกายให้เกิดการซื้อขายในตลาดหุ้น แต่ความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและจีน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานและบทวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC, Reuters และสถาบันการเงินชั้นนำ