ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นโลกเดินหน้าท่ามกลางความเสี่ยงและปัญหาทางเทคนิค

0
79






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นโลกเดินหน้าท่ามกลางความเสี่ยงและปัญหาทางเทคนิค


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นโลกเดินหน้าท่ามกลางความเสี่ยงและปัญหาทางเทคนิค

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยภาพรวมของตลาดการเงินโลกที่ยังคงมีสัญญาณบวกจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำเตือนสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบจาก Bank for International Settlements (BIS) และปัญหาทางเทคนิคที่ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรรยากาศการลงทุนที่ดูสดใส

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน (รายงานโดย Bloomberg และ CNBC)

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการซื้อขายที่เบาบางหลังช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันศุกร์ (28 พ.ย.) ดัชนี S&P 500 ปิดบวกที่ +0.54% ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ก็ปรับตัวขึ้น +0.61% ส่วนดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งเป็นดัชนีหลักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก็ปรับตัวขึ้นตามมาเช่นกัน

การปรับตัวขึ้นของตลาดในสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิป (Chipmakers) และกลุ่มพลังงาน (Energy Producers) ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน (24 พ.ย.) ดัชนี Nasdaq ได้พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 2.7% และ S&P 500 ขึ้น 1.6% ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่านักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และตลาดโดยรวม นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า ตลาดโลกโดยรวมยังคงทรงตัวได้ดีหลังจากมีการปรับตัวขึ้นติดต่อกันถึงสี่วัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงเทศกาลอาจทำให้ความผันผวนของราคาหุ้นบางตัวสูงขึ้นได้

BIS เตือนความเสี่ยงเชิงระบบจาก Hedge Fund ในตลาดพันธบัตร (รายงานโดย Reuters)

ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังคึกคัก Bank for International Settlements (BIS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็น ‘ธนาคารกลางของธนาคารกลาง’ ได้ออกคำเตือนสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบที่เพิ่มขึ้น Reuters รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 หัวหน้าคนใหม่ของ BIS ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่ Hedge Funds ใช้กลยุทธ์การเก็งกำไรที่มีการใช้เลเวอเรจ (Leverage) สูงมากในตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก

BIS ชี้ว่าการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไปในลักษณะนี้อาจสร้างความตึงเครียดให้กับระบบการเงินโลกได้ หากเกิดภาวะตลาดผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์ (Fire Sales) และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงิน คำเตือนนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องหามาตรการเพื่อควบคุมและจำกัดความสามารถของ Hedge Funds ในการเข้าทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในอนาคต

การซื้อขายอนุพันธ์ทั่วโลกหยุดชะงักชั่วคราวจากปัญหาศูนย์ข้อมูล (รายงานโดย CNBC)

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เน้นย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินคือ การหยุดชะงักของการซื้อขายบน CME Group (Chicago Mercantile Exchange) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก CNBC และสำนักข่าวอื่น ๆ รายงานว่า การซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่นทั้งหมดถูกระงับเป็นเวลาหลายชั่วโมงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

สาเหตุของการหยุดชะงักคือ ความล้มเหลวของระบบทำความเย็น ณ ศูนย์ข้อมูล CyrusOne CHI1 ซึ่งส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์ม Globex ที่ใช้ในการซื้อขาย เหตุการณ์นี้ทำให้ราคาของสินค้าสำคัญหลายรายการ เช่น น้ำมันดิบ WTI, พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ, และดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส ไม่ได้รับการอัปเดต เป็นการชั่วคราว แม้ว่า CME Group จะสามารถกลับมาดำเนินการซื้อขายได้ตามปกติในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์นี้ได้กระตุ้นให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความมั่นคงและความซ้ำซ้อนของระบบเทคโนโลยีที่รองรับการซื้อขายในตลาดการเงินระดับโลก

สรุปภาพรวม: การรายงานข่าวจากสามสำนักข่าวใหญ่แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นและผลักดันให้ตลาดหุ้นโลกเดินหน้าต่อไป แต่ความเสี่ยงเชิงระบบที่สำคัญก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งจากความเสี่ยงด้านหนี้สินในตลาดพันธบัตร และความเสี่ยงจากความล้มเหลวทางเทคนิคที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของตลาดในวงกว้าง

แหล่งที่มา: รวบรวมและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters