ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย-โอเปกพลัสคงนโยบายน้ำมัน

0
130




ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย-โอเปกพลัสคงนโยบายน้ำมัน


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย-โอเปกพลัสคงนโยบายน้ำมัน

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568

กรุงเทพฯ: รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และทิศทางราคาน้ำมันจากกลุ่ม OPEC+ ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

Bloomberg: เฟดจ่อลดดอกเบี้ยครึ่งหลังปี 2568 หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Bloomberg รายงานว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสัญญาณเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายลง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐฯ ณ เดือนพฤศจิกายน 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งลดลงจากระดับก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำถึงความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ และเปิดโอกาสให้ Fed สามารถพิจารณาผ่อนคลายนโยบายทางการเงินได้

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (Fed funds rate) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยอาจเริ่มต้นในเดือนกันยายน และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 4.5% จากอัตราปัจจุบันที่ 4.75% การคาดการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต้นทุนทางการเงินลดลง

Reuters: OPEC+ คงนโยบายผลิตน้ำมันอย่างระมัดระวัง

ในส่วนของตลาดพลังงาน Reuters รายงานถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) โดยระบุว่า กลุ่มมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายการผลิตน้ำมันในระดับเดิมสำหรับไตรมาสแรกของปี 2569 แหล่งข่าวผู้แทน OPEC+ ระบุว่า กลุ่มยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตทีละน้อยตั้งแต่ปี 2568 แต่ก็คาดว่าจะมีการระงับการเพิ่มขึ้นของผลผลิตต่อไป

นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการที่ตลาดพยายามสร้างสมดุลระหว่างอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นล่าสุด กับแผนการของกลุ่มที่จะหยุดการเพิ่มผลผลิตในอนาคต โดยราคาน้ำมันยังคงทรงตัว แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกก็ตาม การตัดสินใจคงนโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของ OPEC+ ที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาในตลาดโลกและป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

CNBC: ตลาดหุ้นโลกผันผวน แต่ยังมีความหวังปลายปี

ด้านตลาดหุ้นโลก CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการเคลื่อนไหวที่ผสมผสานกันในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทั้งวันที่ดัชนีหลักปิดบวกติดต่อกันหลายวัน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Shutdown) ในสหรัฐฯ ที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ยังมีบางวันที่ตลาดเผชิญกับแรงกดดัน ทำให้ดัชนีสำคัญอย่าง Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลง

แม้จะมีความผันผวน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ยังคงมองในแง่ดีถึงความเป็นไปได้ที่ตลาดจะเกิดภาวะกระทิง (Market Rally) ในช่วงปลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของ Fed ที่เป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่องและการลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ องค์กรระหว่างประเทศอย่าง BIS (Bank for International Settlements) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับเลเวอเรจในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในเสถียรภาพทางการเงินโลก

สรุปภาพรวม: ข้อมูลจากสำนักข่าวใหญ่ชี้ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุล โดยมีปัจจัยบวกจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของ Fed ที่จะกระตุ้นการลงทุน และปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังจากนโยบายน้ำมันที่เข้มงวดของ OPEC+ และความผันผวนในตลาดหุ้น การติดตามข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย เพื่อเตรียมรับมือกับทิศทางเศรษฐกิจโลกในต้นปี 2569

อ้างอิงข้อมูลจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters (พฤศจิกายน 2568)