ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณ “เฟด” จ่อลดดอกเบี้ย
เผยแพร่: วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568
กรุงเทพฯ – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างพร้อมใจกันรายงานถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินโลก โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งได้สร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการตลาดกลาง (FOMC) ที่จะมาถึงในเดือนธันวาคม โดยข้อมูลจาก CME Group ชี้ให้เห็นว่า เทรดเดอร์ในตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึงประมาณ 85% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Fed ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 25 จุดพื้นฐานในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.75%–4.00%
แรงหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ: “เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความยืดหยุ่น”
CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนอย่างมาก โดยดัชนีหลักหลายตัวมีแนวโน้มที่จะทำกำไรรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนี Nasdaq ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 4.2% ในช่วงสามวันแรกของสัปดาห์ที่สั้นลงเนื่องจากวันหยุด นักวิเคราะห์จาก Merrill Lynch ระบุว่า ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2568 เป็นคำที่โดดเด่นที่สุด แม้จะมีความผันผวนครั้งใหญ่ในอดีต แต่เศรษฐกิจก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
ข้อมูลสำคัญจากตลาดหุ้น:
- ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
- สถาบันการเงินและกลุ่มธนาคารถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับประโยชน์จากการลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal-funds rate) ที่ต่ำลง
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำพุ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะที่ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็แสดงสัญญาณการเติบโตเช่นกัน Reuters รายงานว่า ดัชนี CRB Commodity Index ซึ่งเป็นดัชนีรวมของสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.19% เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568
ในส่วนของตลาดทองคำ นักวิเคราะห์จาก HSBC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยสำหรับปี 2568 ขึ้นไปอยู่ที่ 3,355 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ (จากเดิม 3,215 ดอลลาร์สหรัฐฯ) การปรับเพิ่มนี้เป็นผลมาจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven demand) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ทั่วโลก แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะเริ่มผ่อนคลายลงจากจุดวิกฤตที่ใกล้เข้ามา แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านอื่น ๆ ก็ยังคงเป็นแรงผลักดันหลักให้ราคาทองคำยังคงอยู่ในระดับสูง
ความกังวลที่ยังคงอยู่และการมองไปข้างหน้า
แม้ว่าตลาดจะเต็มไปด้วยความหวัง แต่ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ความวิตกกังวลในตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดในระยะต่อไป การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับปี 2568 ได้มีการปรับลดลงมาเมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้า โดยปัจจุบันเทรดเดอร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 3 ครั้งตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งหมายความว่า แม้จะมีสัญญาณบวกในระยะสั้น แต่เส้นทางนโยบายการเงินของ Fed ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะเปิดเผย
สำหรับนักลงทุนในประเทศไทย การติดตามข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters อย่างใกล้ชิดจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนโยบายของ Fed และความเคลื่อนไหวของตลาดโลกมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท, อัตราผลตอบแทนพันธบัตร, และความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย (SET Index) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจล่วงหน้าของประเทศ
สรุป: ตลาดการเงินโลก ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ตาม ความผันผวนและความวิตกกังวลยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังจนกว่าผลการตัดสินใจนโยบายทางการเงินที่สำคัญในเดือนหน้าจะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ



















