ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก จับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68

0
78





ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก จับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก จับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters เผยให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินและนโยบายเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการคาดการณ์เกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก ขณะที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ยังคงปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

Reuters: จับตา Fed ลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม หลังตลาดแรงงานอ่อนแอ

สำนักข่าว Reuters รายงานผลสำรวจล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 เพื่อเป็นการสนับสนุนตลาดแรงงานที่เริ่มมีสัญญาณอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง. การสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์กว่า 100 รายต่างให้น้ำหนักไปที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น.

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานการจ้างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Weekly Jobless Claims) ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสามเดือน. อย่างไรก็ตาม การลดลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานนั้นถูกมองว่ามีข้อจำกัดในการสะท้อนภาพรวมของตลาดแรงงานที่แท้จริง เนื่องจากตัวเลขการปลดพนักงานโดยรวมของสหรัฐฯ กลับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน. แรงงานในสหรัฐฯ จำนวนมากยังคงถูกลดตำแหน่งงานลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะต้องเข้าแทรกแซงด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ย.

นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงแนวโน้มในปี 2569 ว่า แม้ Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แต่คาดว่าการลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอาจเป็นไปอย่างช้าลง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะจากนโยบายที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐบาลชุดใหม่ เช่น การปรับขึ้นภาษีนำเข้า (Tariffs) และการลดหย่อนภาษี. ในส่วนของเศรษฐกิจยุโรป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศสคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะเติบโตอย่างน้อย 0.8% ในปี 2569.

Bloomberg: ตลาดหุ้นพุ่งรับข้อมูลเงินเฟ้อ หนุนหุ้นเทคโนโลยีนำตลาด

สำนักข่าว Bloomberg รายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ว่า ดัชนีหลักหลายตัวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาด. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเป็นดัชนีที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี มีผลงานโดดเด่นที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 0.3% และปิดสัปดาห์ด้วยการเพิ่มขึ้นรวม 0.9%. ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones Industrial Average ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน สะท้อนถึงบรรยากาศเชิงบวกในตลาดที่ตอบรับสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อที่อาจนำไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed.

นักวิเคราะห์ตลาดให้ความเห็นว่า การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเพิ่มขึ้นของตลาดโดยรวม. อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังคงมีความผันผวนสูง โดยนักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ รวมถึงการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป.

CNBC: Walmart ย้ายเข้า Nasdaq และความเคลื่อนไหวธุรกิจทั่วโลก

ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานข่าวสำคัญในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะการตัดสินใจครั้งใหญ่ของ Walmart (WMT) บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ได้ประกาศย้ายการซื้อขายหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ไปยังตลาด Nasdaq. การซื้อขายหุ้นของ Walmart ใน Nasdaq คาดว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2568. การย้ายตลาดในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการอยู่ในตลาดที่เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น.

ในบริบทของข่าวธุรกิจทั่วโลก CNBC ยังได้รายงานถึงการจัดอันดับประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในทวีปแอฟริกาประจำปี 2568 โดยประเทศมอริเชียส (Mauritius) ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุด. ในขณะเดียวกัน ช่องข่าวธุรกิจ CNBC Awaaz ได้รายงานข่าวสารธุรกิจและการอัปเดตตลาดหุ้นแบบสด ๆ ในอินเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจในตลาดเอเชียใต้ที่ยังคงมีพลวัตสูง.

สรุปภาพรวม

ภาพรวมจากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC และ Reuters แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การตัดสินใจของ Fed ในการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับตลาดแรงงานที่อ่อนแอได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นให้เป็นบวก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี. ในขณะเดียวกัน การปรับกลยุทธ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Walmart ที่ย้ายไปสู่ Nasdaq ก็ตอกย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีในภูมิทัศน์ธุรกิจสมัยใหม่. นักลงทุนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง.