ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกสดใสรับเทศกาล, เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย, ราคาน้ำมันผันผวน
กรุงเทพฯ – 23 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงภาพรวมตลาดการเงินโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีหน้า ควบคู่ไปกับปรากฏการณ์ “Santa Claus Rally” ในตลาดหุ้น ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ โดยเฉพาะทองคำและทองแดง พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สัญญาณบวกจากวอลล์สตรีทและเอเชีย: ปรากฏการณ์ Santa Claus Rally (รายงานโดย CNBC และ Bloomberg)
CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วยการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยนักลงทุนต่างมองข้ามความกังวลด้านเงินเฟ้อและหันมาให้ความสนใจกับช่วงเทศกาลที่เรียกว่า “Santa Claus Rally” ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงห้าวันทำการสุดท้ายของปีและสองวันแรกของปีใหม่. แรงซื้อที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในช่วงวันหยุด.
ขณะที่ Bloomberg เสริมว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างตอบรับในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะตลาดในเอเชียที่ดัชนีสำคัญหลายแห่งปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงยังคงเป็นหนึ่งในดัชนีที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้. ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยรุนแรงได้ (Soft Landing) และอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน.
การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเฟดและการจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ (รายงานโดย Reuters และ Bloomberg)
Reuters ได้เน้นย้ำถึงการประชุมครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินในเดือนธันวาคม. แม้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามที่คาดการณ์ แต่ถ้อยแถลงของประธานเฟดได้ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างผ่อนคลาย (Dovish) โดยมีการปรับประมาณการการลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ให้มีจำนวนครั้งมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม ซึ่งจะประกาศในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568. ข้อมูลนี้ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของการลงทุนภาคธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของเฟดในช่วงต้นปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญ.
ความผันผวนของน้ำมันดิบและราคาทองคำ-ทองแดงทำสถิติใหม่ (รายงานโดย Reuters และ CNBC)
ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก. แม้ว่ากลุ่ม OPEC+ จะพยายามจำกัดการผลิตเพื่อพยุงราคา แต่ความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากจีน และปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ อย่างไรก็ตาม การจับตาความตึงเครียดในช่องแคบสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง.
ขณะเดียวกัน CNBC รายงานถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในตลาดโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม โดยราคาทองคำและทองแดงได้พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์. ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Global Conflict) และการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะลดลงในปีหน้า ซึ่งทำให้ทองคำเป็นที่น่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย. ส่วนทองแดงนั้น ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งทำให้ทองแดงกลายเป็น “น้ำมันใหม่” ในโลกยุคพลังงานหมุนเวียน.
โดยสรุป ภาพรวมตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดีของนักลงทุน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่คาดว่าจะผ่อนคลายลงและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2569.

















