ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปิดปี 2025 อย่างสดใส หลังเฟดหั่นดอกเบี้ย คาดปี 2026 เศรษฐกิจฟื้นตัว
สรุปข่าวเด่นจาก 3 สำนักข่าวชั้นนำ:
• CNBC: รายงานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สู่ช่วง 3.5-3.75%
• Bloomberg: คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2026 ที่สดใสขึ้น อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง
• Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับเชิงบวก นักลงทุนกลับมามองโลกในแง่ดีหลังผ่านพ้นปีแห่งความผันผวน
วอชิงตัน ดี.ซี./นิวยอร์ก – ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังปิดฉากปี 2568 (2025) ด้วยความรู้สึกเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากที่ต้องเผชิญกับปีแห่งความผันผวนและความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้าและอัตราภาษี รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการปรับนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2569 (2026) ที่คาดว่าจะสดใสยิ่งขึ้น
ธนาคารกลางสหรัฐฯ เดินหน้าสู่ “อัตราดอกเบี้ยปกติใหม่”
CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Point ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ Fed อยู่ในช่วง 3.5% ถึง 3.75% การตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาดส่วนใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Fed ในการจัดการกับความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อได้เริ่มอ่อนตัวลงแล้ว
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าธนาคารกลางกำลังมองหาจุดสมดุลใหม่สำหรับอัตราดอกเบี้ย หรือที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “New Normal” ในยุคหลังความผันผวน นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดสภาพคล่องในตลาดการเงินโลก และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
Bloomberg คาดการณ์: เงินเฟ้อลดลง นโยบายการเงินผ่อนคลาย
ด้าน Bloomberg ได้นำเสนอรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคโลกสำหรับปี 2569 โดยมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมาก รายงานระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะลดลงในระดับปานกลาง โดยคาดว่าจะมีรูปแบบที่เรียกว่า “ลงแล้วขึ้น” (down-then-up) ตลอดทั้งปี ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันด้านราคาน่าจะลดลงในช่วงต้นปี ก่อนที่จะทรงตัวในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ในช่วงครึ่งหลังของปี
นอกจากนี้ Bloomberg ยังคาดการณ์ว่า นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกจะมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในช่วงเริ่มต้นของปี 2569 ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น และการเติบโตนี้เองที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด แทนที่การตัดสินใจของธนาคารกลาง โดยสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในสหรัฐฯ และจีน จะเป็นเสาหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกให้เดินหน้าต่อไปได้
Reuters ชี้: ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวก ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจพุ่ง
Reuters รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกได้ตอบสนองต่อข่าวดีเหล่านี้ในเชิงบวก โดยดัชนีสำคัญหลายตัวปิดตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา เนื่องจากความหวังที่ว่าความตึงเครียดทางการค้าได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกำลังคลี่คลายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นกลุ่ม Small-Cap ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะทำผลงานได้ดีเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ช่วงปรับปรุงและนโยบายการเงินผ่อนคลาย กำลังแสดงสัญญาณของการกลับตัวอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานของ Reuters สอดคล้องกับข้อมูลจาก Grant Thornton ที่ระบุว่า ความเชื่อมั่นในหมู่นักธุรกิจขนาดกลางทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความเชื่อมั่นได้พุ่งสูงขึ้นจาก 59% เป็น 67% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าภาคธุรกิจจริงกำลังมองเห็นโอกาสในการเติบโตในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจใหม่นี้
บทสรุป: จากความผันผวนสู่การเติบโต
โดยสรุป รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้วาดภาพที่ชัดเจนว่า ตลาดโลกได้ผ่านพ้นปี 2568 ที่ท้าทายมาได้ด้วยดี และกำลังเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่สดใสในปี 2569 ด้วยการผ่อนคลายของนโยบายการเงินและการกลับมาของความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ โฟกัสของนักลงทุนกำลังเปลี่ยนจากความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงของธนาคารกลาง ไปสู่การมองหาโอกาสในการเติบโตของบริษัทและภาคส่วนต่างๆ ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่



















