ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับสัญญาณ “ดอกเบี้ยขาลง” ของ Fed คาด S&P 500 ทะยาน 14% ในปี 2569

0
47






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับสัญญาณ “ดอกเบี้ยขาลง” ของ Fed คาด S&P 500 ทะยาน 14% ในปี 2569


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกรับสัญญาณ “ดอกเบี้ยขาลง” ของ Fed คาด S&P 500 ทะยาน 14% ในปี 2569

สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters รายงานตรงกันถึงแนวโน้มตลาดการเงินโลกที่สดใสขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณชัดเจนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ อาจพุ่งสูงขึ้นถึง 14% ในปีหน้า ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงและตลาดแรงงานที่คลายความตึงตัวลง.

การวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ Bloomberg และ CNBC ชี้ให้เห็นว่า Fed กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปในปี 2569 เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังจากที่มีการปรับลดไปแล้วสามครั้งในปี 2568. ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed จะลดลงจากช่วงปัจจุบันที่ 3.50%–3.75% ลงมาใกล้เคียง 3% ในช่วงปี 2569.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่รับข่าวดี

รายงานของ Reuters และ Morgan Stanley ชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 14% ในปี 2569. นักลงทุนยังคงให้ความสนใจในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ภาพรวมของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่กลยุทธ์ “การเลือกสรร” (Selectivity) มากขึ้น เนื่องจาก Fed อาจยังคงความระมัดระวังในการลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้หุ้นบางกลุ่มที่ถูกมองข้ามกลับมาน่าสนใจด้วยมูลค่าที่ดึงดูด.

ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) ก็มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน J.P. Morgan Global Research ระบุว่า ตลาด EM มีแนวโน้มที่จะแสดงผลงานที่แข็งแกร่งในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ, อัตราการเติบโตของกำไรที่สูงขึ้น, และมูลค่าหุ้นที่น่าดึงดูดใจ.

แรงกดดันต่อพันธบัตรและนโยบาย “Higher-for-Longer”

ด้านตลาดตราสารหนี้ นักวิเคราะห์จาก LPL Research ที่ถูกนำเสนอใน Bloomberg คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 3.75% ถึง 4.25%. การคาดการณ์นี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่ว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมายของ Fed เล็กน้อย จะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต.

อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNBC เน้นย้ำว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในนโยบาย “Higher-for-Longer” (คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน) ของ Fed กำลังลดลง. เนื่องจากสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงานและการชะลอตัวของเงินเฟ้อ ทำให้ Fed มีท่าทีที่ “ผ่อนคลาย” (Dovish) มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตยังคง “คลุมเครือ” (murky) และขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเข้ามา.

ทองคำยังคงน่าสนใจในระยะยาว

สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำมีการปรับตัวลงเล็กน้อยตามปฏิกิริยาของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed แต่ในระยะยาว ทองคำยังคงได้รับการสนับสนุนจากความคาดหวังว่า Fed จะยังคงลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2569. การลดดอกเบี้ยจะทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ.

สรุปจาก 3 สื่อใหญ่:
Bloomberg, CNBC, และ Reuters สรุปตรงกันว่า แม้จะมีแรงกดดันทางการเมืองและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ แต่สัญญาณการลดดอกเบี้ยของ Fed ได้สร้างความคาดหวังเชิงบวกในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่ ซึ่งนักลงทุนต้องจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไปในช่วงต้นปี 2569.

*บทความนี้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานและบทวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters โดยอ้างอิงจากแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 ถึงปี 2569.