ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกปั่นป่วน! ทองคำดิ่งเหว หลังการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยราคาทองคำร่วงลงอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบหลายปี ขณะที่ตลาดหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสกุลเงินดิจิทัลก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากปฏิกิริยาของตลาดต่อการเสนอชื่อบุคคลสำคัญให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งส่งสัญญาณถึงนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น
แรงกระแทกจาก ‘เฟด’ สู่ตลาดทองคำ
ความเคลื่อนไหวสำคัญที่จุดชนวนให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ในตลาดสินทรัพย์ปลอดภัย คือการเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการเฟด ให้เป็นประธานเฟดคนใหม่ นายวอร์ชถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีแนวคิดแบบ ‘เหยี่ยว’ (Hawkish) ซึ่งเชื่อในการควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด และอาจนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างฉับพลัน
ผลกระทบโดยตรงคือการยุติการพุ่งขึ้นของราคาทองคำที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โดยราคาทองคำได้พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวก่อนหน้านี้ แต่กลับพลิกผันเข้าสู่ภาวะ ‘Gold Rout’ หรือการดิ่งเหวของทองคำอย่างรวดเร็ว
รายงานของ BNN Bloomberg ระบุว่า ในวันศุกร์ (วันที่ 30 มกราคม หรือ 1 กุมภาพันธ์) ราคาทองคำได้ร่วงลงถึง 11.4% และไปปิดที่ระดับประมาณ 4,745 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ การดิ่งลงอย่างรุนแรงนี้ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาประเมินความเสี่ยงและจัดสรรสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนของตนใหม่ทั้งหมด
ตลาดคริปโตและหุ้นเหมืองแร่รับลูกต่อ
ปรากฏการณ์เทขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดทองคำเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังตลาดสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะสกุลเงินดิจิทัล สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Bitcoin ซึ่งเคยทำสถิติราคาสูงสุดในช่วงก่อนหน้า ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาได้ร่วงลงไปต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา การอ่อนค่าของ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่อื่น ๆ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่ถือว่ามีความผันผวนสูง
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่เคยได้รับอานิสงส์จากราคาทองคำที่พุ่งสูง ก็ต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักเช่นกัน หุ้นของบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ระดับโลกอย่าง Newmont ปรับตัวลดลงถึง 11.5% ในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นของ Freeport-McMoRan ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการเหมืองทองแดงและทองคำรายใหญ่ ก็ร่วงลงอย่างรุนแรงเช่นกัน การปรับฐานของหุ้นกลุ่มนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อผลกำไรของบริษัท หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักตกต่ำลงอย่างฉับพลัน
การประเมินความเสี่ยงใหม่และแนวโน้มในอนาคต
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินให้ความเห็นผ่าน Reuters ว่า เหตุการณ์นี้เป็น “โดมิโนเอฟเฟกต์” ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งตลาด การเสนอชื่อประธานเฟดที่มีแนวโน้มจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ได้กระตุ้นให้เกิดการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งมักเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ในระยะยาว
ความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ ได้บังคับให้นักลงทุนทั่วโลกต้องทบทวนกลยุทธ์การลงทุนใหม่ โดยเฉพาะการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Risk Ballast) ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ตลาดจะยังคงจับตาดูความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการเฟดชุดใหม่ และสัญญาณทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อประเมินทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดทองคำ สกุลเงินดิจิทัล และตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่เหลือของปี
แหล่งข้อมูลหลัก: รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters


















