ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปลายปี 2568
วันที่ 29 ธันวาคม 2568
สรุปประเด็นสำคัญ: สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 ว่า แม้จะเผชิญกับปีที่ผันผวนอย่างหนัก แต่ตลาดการเงินโลกกลับมาตั้งหลักได้อย่างแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้า และนโยบายการเงินของธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตา การเติบโตในตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ภาคเทคโนโลยีและราคาพลังงานยังคงผันผวนตามปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
Bloomberg & CNBC: ตลาดโลกตั้งหลักได้ดีกว่าคาด ท่ามกลางความไม่แน่นอน
รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ชี้ให้เห็นว่า ตลาดโลกได้สิ้นสุดปี 2568 ด้วยความแข็งแกร่งที่มากกว่าการคาดการณ์ในช่วงต้นปี แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนอย่างรุนแรงก็ตาม แรงกระแทกจากประเด็นภาษีนำเข้าเริ่มจางหายไป แต่ความตึงเครียดทางการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่คุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงดำเนินไปภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อน ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการเติบโตที่มั่นคงในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจโลกไว้
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง CNBC ได้เน้นย้ำถึงความกังวลจากรายงานขององค์การสหประชาชาติที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกยังคง “อยู่บนปากเหว” (on the brink) ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบการเงินโลกที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบายและเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญยังคงเกิดขึ้นในหลายภาคส่วนของตลาดโลก ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัวลง นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและกระแสเงินทุนที่อาจไหลออก-เข้าอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปีหน้า
Reuters: จับตาความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์
Reuters รายงานความคืบหน้าในสองประเด็นหลักที่ส่งผลต่อตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นแรกคือความเคลื่อนไหวในภาคเทคโนโลยีและการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายงานระบุว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง NVIDIA ยังคงเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลก โดยมีข่าวอัปเดตเกี่ยวกับกลยุทธ์การขยายตลาดและข้อจำกัดทางการค้าที่อาจส่งผลต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปยังภูมิภาคสำคัญ
ประเด็นที่สองคือสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงาน Reuters ได้รายงานถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent Crude) มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนธันวาคม การจับคู่ของปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์กับการคาดการณ์อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก
นอกจากนี้ Reuters ยังได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความพยายามในการเจรจาทางการค้าครั้งใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 แม้จะมีคำตัดสินของศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ที่ชี้ว่าภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ที่เคยกำหนดไว้ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่การเจรจาดังกล่าวยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และตลาดจับตาว่าข้อตกลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ได้อย่างแท้จริงหรือไม่
World Bank & China Update: บทบาทของตลาดเอเชีย
ในส่วนของภูมิภาคเอเชีย Bloomberg ได้อ้างอิงรายงานของธนาคารโลก (World Bank) เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ระบบการเงินของจีนที่ระดมเงินฝากจำนวนมากจากภาคครัวเรือนได้มอบแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำให้กับธนาคาร อย่างไรก็ตาม กลไกนี้อาจทำให้สัญญาณราคาอ่อนแอลงและอนุญาตให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในระบบได้ การจัดการหนี้สินในภาคอสังหาริมทรัพย์และการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินยังคงเป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลจีนต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกสะท้อนภาพรวมปลายปี 2568 ที่เต็มไปด้วยความหวังในด้านการฟื้นตัวของตลาด แต่ก็ยังคงมีเมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนทางนโยบายและการเมืองระหว่างประเทศปกคลุมอยู่ การเติบโตของตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยถ่วงดุลความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ทั่วโลก และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นักลงทุนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการวางแผนการลงทุนสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง


















