ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ ‘เหยี่ยว’ ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งสูง

0
54






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ ‘เหยี่ยว’ ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งสูง


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ ‘เหยี่ยว’ ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งสูง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมตามคาดการณ์ แต่ถ้อยแถลงของประธานเฟดชี้ให้เห็นถึงความกังวลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่รายงานของ Reuters ชี้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มติคงดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณ “เหยี่ยว”

รายงานข่าวจาก Bloomberg และ CNBC ระบุตรงกันว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 5.25% – 5.50% ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ หลังจากการประชุมที่ดำเนินไปเป็นเวลาสองวัน. อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความประหลาดใจและส่งผลกระทบต่อตลาดคือการปรับปรุงประมาณการเศรษฐกิจ (Dot Plot) ซึ่งถึงแม้จะยังคงคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3 ครั้งในปีนี้ แต่ประธานเฟดได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องเห็น “หลักฐานที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ” ว่าเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมาย 2% ก่อนที่จะพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย.

นักวิเคราะห์ของ CNBC ชี้ว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณในลักษณะ “เหยี่ยว” (Hawkish) ที่แข็งกร้าวมากกว่าที่ตลาดเคยคาดหวังไว้ก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ข้อมูลการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความหวังในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมีนาคมหรือพฤษภาคมเริ่มเลือนลางออกไปเป็นช่วงกลางปี.

ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับด้วยความผันผวน

ผลจากการส่งสัญญาณที่เข้มงวดของเฟดได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกทันที ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงทันทีหลังจากการแถลงข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูงต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก. ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้าของวันถัดมาก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน โดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น และ KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงตามทิศทางของวอลล์สตรีท.

Bloomberg รายงานว่า นักลงทุนกำลังปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือกับแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงนานขึ้น (Higher for Longer) ซึ่งทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year Treasury Yield) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 4.3% อีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงต้นทุนทางการเงินที่จะสูงขึ้นสำหรับภาคธุรกิจทั่วโลก.

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ในขณะเดียวกัน รายงานจาก Reuters ได้ให้ความสำคัญกับอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ นั่นคือราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้สร้างความกังวลอย่างหนักต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก. ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นเหนือระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความเสี่ยงด้านการขนส่งทางทะเลที่เพิ่มขึ้น.

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานที่ให้สัมภาษณ์กับ Reuters เตือนว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งไม่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 90 ดอลลาร์ฯ ได้ในไตรมาสที่สอง ซึ่งจะส่งผลให้ความพยายามในการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย.

มุมมองต่อการลงทุนในระยะถัดไป

บทวิเคราะห์สรุปจากทั้งสามสำนักข่าวชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ซับซ้อน นักลงทุนจะต้องจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อในเดือนถัดไป เพื่อประเมินทิศทางที่แท้จริงของเฟด นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม.

การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ตอกย้ำว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุด และตราบใดที่แรงกดดันด้านราคาจากทั้งภายในประเทศ (ตลาดแรงงาน) และภายนอกประเทศ (พลังงาน) ยังคงมีอยู่ แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่สูงและยาวนานอาจเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องปรับตัว.

รายงาน: ทีมข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC, Reuters)
ข้อมูลและวิเคราะห์ถูกสร้างขึ้นตามรูปแบบการรายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกโดยอ้างอิงโครงสร้างข่าวจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters.