ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย-สหรัฐฯ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้า
วันที่ 2 ธันวาคม 2568
วอชิงตัน ดี.ซี. – ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนครั้งสำคัญในช่วงต้นเดือนธันวาคม หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) สร้างความประหลาดใจด้วยการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังของตลาดที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่สามของปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ข่าวดีจากความคืบหน้าทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ได้เข้ามาช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนไว้ได้บางส่วน ตามรายงานการวิเคราะห์เชิงลึกจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters
ธนาคารกลางสหรัฐฯ สร้างความประหลาดใจด้วยการคงอัตราดอกเบี้ย
การตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมนั้น ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ “เหยี่ยว” (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า การที่คณะกรรมการส่วนใหญ่ลงคะแนนให้คงอัตราดอกเบี้ยนั้น เป็นผลมาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสถียรภาพที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดจะมีความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการก็ตาม
นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่มีการเติบโตสูง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าของบริษัทเหล่านี้ ขณะที่ Reuters รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นทันที หลังการประกาศผลการประชุม เนื่องจากนักลงทุนมองว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟดจะดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกของประเทศคู่ค้าและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทย
สหรัฐฯ-จีน บรรลุ “กรอบการทำงาน” ข้อตกลงการค้าเบื้องต้น
ในขณะที่ตลาดกำลังซึมซับผลกระทบจากการตัดสินใจของเฟด ข่าวความคืบหน้าครั้งสำคัญทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ได้กลายเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยพยุงตลาดไว้ได้ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สหรัฐฯ และจีนได้บรรลุ “กรอบการทำงาน” (Trade Framework) สำหรับข้อตกลงการค้าในเบื้องต้น ภายหลังการเจรจาหารือกันเป็นเวลาสองวันระหว่างคณะผู้แทนระดับสูงของทั้งสองประเทศ
รายงานระบุว่า กรอบการทำงานนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายประการ รวมถึงการปรับลดภาษีนำเข้าในบางหมวดหมู่ และการรับประกันจากฝ่ายจีนในการเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Reuters เตือนว่า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความตึงเครียดทางการค้ายังคงอยู่ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการถ่ายโอนทรัพย์สินทางปัญญา
CNBC ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ที่ระบุว่า หากข้อตกลงเบื้องต้นนี้สามารถนำไปสู่การยุติความขัดแย้งทางการค้าได้อย่างถาวร จะช่วยลดความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย ฟื้นตัวขึ้นได้เล็กน้อยในช่วงบ่ายของการซื้อขาย
ผลกระทบต่อประเทศไทยและภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากสถาบันวิจัยของไทยที่อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg และ Reuters ระบุว่า การคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยและประเทศในอาเซียน อย่างไรก็ตาม ข่าวดีจากข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านการค้าของภูมิภาคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศในอาเซียนที่ต้องปรับตัวเข้ากับความเสี่ยงทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การที่ความตึงเครียดทางการค้าคลี่คลายลง จะเป็นแรงหนุนให้การส่งออกของไทยกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในไตรมาสถัดไป แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม
โดยสรุป ตลาดโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายปี 2568 ด้วยความไม่แน่นอนจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟด แต่ก็มีความหวังจากความคืบหน้าทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งนักลงทุนจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปในสัปดาห์ที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ล่าช้าออกไป เพื่อประเมินทิศทางของนโยบายการเงินในต้นปี 2569
อ้างอิงและวิเคราะห์จาก:
Bloomberg Markets & Finance, CNBC Business News, Reuters Global Economic Analysis



















