ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังคงน่ากังวล
วอชิงตัน ดี.ซี. – ตลาดการเงินโลกยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความเห็นที่แตกแยกในหมู่ผู้กำหนดนโยบาย และข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ยังคงสูงกว่าระดับเป้าหมาย Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานการวิเคราะห์ที่เข้มข้นถึงผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลก
จุดยืนที่แบ่งแยกของคณะกรรมการ FOMC
การวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดกำลังเผชิญกับความเห็นที่แตกแยกอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความจำเป็นในการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงท้ายของปี 2568 แม้ว่าเฟดจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ “วงจรการผ่อนคลาย” (easing cycle) แล้วก็ตาม
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวเตือนว่า การลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคมยังคงไม่แน่นอน โดยชี้ให้เห็นว่าความเร็วของการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินอาจชะลอตัวลงในไม่ช้า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดบางราย เช่น นายเจฟเฟอร์สัน ได้ระบุเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนว่า สถานะนโยบายปัจจุบันยังคง “ค่อนข้างเข้มงวด” ซึ่งเป็นสัญญาณที่เปิดโอกาสให้มีการลดดอกเบี้ย “ในระยะเวลาอันใกล้” ความไม่ลงรอยกันนี้ทำให้นักลงทุนต้องประเมินความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่อาจมาถึงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
แรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ
ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อการตัดสินใจของเฟด โดย Reuters รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อประจำปีของสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.0% ในเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม และแม้จะต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นข้อบ่งชี้ถึงความท้าทายในการควบคุมราคาให้กลับสู่เป้าหมาย 2%
นักวิเคราะห์การลงทุนที่ปรากฏใน CNBC เน้นย้ำว่า รายงาน CPI ประจำเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเดือนธันวาคม จะเป็น “ตัวกระตุ้นสำคัญตัวสุดท้าย” ของตลาดในปีนี้ โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) อาจอยู่ที่ประมาณ 3.1% หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจทำให้ตลาดเกิดความกังวลมากขึ้นว่าเฟดจะชะลอการผ่อนคลายนโยบายออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูง
ปฏิกิริยาของตลาดการเงินโลก
รายงานจาก Bloomberg และ CNBC ระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงความผันผวนอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลทางเศรษฐกิจที่ก่อตัวขึ้น ในขณะที่ตลาดพันธบัตรก็มีการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ได้ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดบางราย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองเห็นภาพที่แตกต่างออกไปในตลาดภูมิภาค Reuters ได้นำเสนอความเห็นที่ระบุว่า ตลาดในยุโรปดู “มีสุขภาพดีกว่าสหรัฐฯ” (are healthier than the US) และนักกลยุทธ์การลงทุนยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มของตลาดในยุโรปสำหรับปีหน้า ซึ่งบ่งชี้ถึงความแตกต่างของนโยบายการเงินและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจระหว่างสองภูมิภาค
แนวโน้มสำหรับเดือนธันวาคมและปี 2569
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC และ Bloomberg ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การตัดสินใจของเฟดในเดือนธันวาคม 2568 จะเป็นไปอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจบางส่วน เช่น รายงานการจ้างงานและ CPI ประจำเดือนพฤศจิกายน อาจมีการเผยแพร่ล่าช้า ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องตัดสินใจโดยมีข้อมูลอย่างเป็นทางการน้อยกว่าปกติ
นายคริส ไฮซี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนจาก Merrill และ Bank of America Private Bank กล่าวว่า “เรายังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายของเฟด” และคาดการณ์ว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามในปี 2569 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูสัญญาณจากเฟดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของนายพาวเวลล์และข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าอย่างแท้จริง


















