ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกปี 2025 ชะลอตัวสู่ 2.6% ตลาดการเงินยังเปราะบาง
ธนาคารกลางทั่วโลกจับตาใกล้ชิด: เงินเฟ้อคาดกลับสู่เป้าหมายกลางปี 2027
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลที่น่าจับตาเกี่ยวกับการคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 โดยมีข้อสรุปหลักที่ชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก (Global Economic Growth) ที่คาดว่าจะลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 2.6 ตลอดปี 2568 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเติบโตในปี 2567.
การชะลอตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงการค้าโลกที่ยังคงอ่อนแอ และความเปราะบางในระบบการเงินโลกที่ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ UN Trade and Development ได้ระบุว่าสถานการณ์ทางการเงินอาจทำให้การค้ามีความเสี่ยง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะที่เศรษฐกิจโลกอาจ “อยู่บนขอบเหว”. ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ OECD ที่ชี้ว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะแสดงความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงอยู่ในสภาวะที่เปราะบาง.
ผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย
สำหรับภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของประเทศ รายงานระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะกลับสู่ระดับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในประเทศส่วนใหญ่ภายในช่วงกลางปี 2570 (Mid-2027).
นักวิเคราะห์ชี้: แม้เงินเฟ้อจะลดลง แต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในการปรับอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของตลาดทุน ข่าวอัปเดตจากสำนักข่าวชั้นนำเหล่านี้ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงและปรับพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจโลก เช่น หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ การที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับภาวะถดถอยที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการในตลาดโลกลดลง ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่
ความเสี่ยงและความท้าทายที่รออยู่
นอกจากความกังวลด้านการเติบโตและเงินเฟ้อแล้ว รายงานยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางการเงินในตลาดโลก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ และความผันผวนของตลาดการเงินที่อาจกระทบต่อสภาพคล่องของสถาบันการเงินบางแห่ง การลดลงของอัตราการเติบโตของการค้าโลกเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทำให้ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างประเทศไทยต้องเร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเพิ่มเติม
OECD ได้สรุปในรายงาน Economic Outlook ประจำเดือนธันวาคม 2568 ว่า แม้จะมีสัญญาณของความยืดหยุ่นในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมยังคงต้องการการประสานงานนโยบายในระดับสากล เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะตกต่ำที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้. การฟื้นตัวที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนโยบายการเงินและการคลังมีความสอดคล้องกัน และสามารถรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานานได้
โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับยุคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีสัญญาณที่ดีในเรื่องการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ความเปราะบางและความไม่แน่นอนในตลาดการเงินยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปจนถึงปี 2569 และ 2570
— จบรายงาน —


















