ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters
วันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการจับตาการประชุมครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันพุ่งแรง หลัง OPEC+ คงกำลังการผลิต (Reuters)
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.5% เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 หลังจากการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) มีมติสำคัญในการคงระดับกำลังการผลิตน้ำมันในปัจจุบัน ซึ่งสวนทางกับแผนเดิมที่อาจจะมีการเพิ่มการผลิตเล็กน้อย การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลก
รายงานจาก Reuters ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 63.46 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นถึง 1.8% ไปอยู่ที่ 59.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แม้ว่าจะมีรายงานว่าราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันที่ 2 ธันวาคม แต่การตัดสินใจของ OPEC+ ก็ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพของราคาในตลาดโลกและจัดการกับปริมาณสำรองที่อาจสูงเกินไป
ตลาดจับตาการประชุม Fed เดือนธันวาคม: คาดการณ์ลดดอกเบี้ย 0.25% (CNBC)
ความสนใจของตลาดการเงินโลกกำลังพุ่งเป้าไปที่การประชุมนโยบายครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ประจำปี 2568 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ CNBC รายงานว่า นักลงทุนและนักวิเคราะห์จำนวนมากคาดการณ์ว่า Fed อาจจะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 25 จุดพื้นฐาน (0.25%) ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเพื่อส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อวอลล์สตรีท
อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของ Fed (FOMC) ยังคงมีความเห็นที่แตกแยกกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม โดยบางส่วนมองว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น (Resilience) และการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ผันผวนแต่ยังคงความยืดหยุ่น (Bloomberg)
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ รายงานจาก Bloomberg และ Stock Analysis ระบุว่า ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ได้เผชิญกับเดือนที่ราคาปิดตัวเป็นสีแดงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาการซื้อขายที่มีความผันผวนสูง ปัจจัยหลักมาจากการที่นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบจากนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดและมูลค่าของหุ้นที่อยู่ในระดับสูง
ถึงกระนั้น ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดในปี 2568 โดยรวมยังคงถูกอธิบายด้วยคำว่า “ความยืดหยุ่น” (Resilience) โดยดัชนี S&P 500 ยังคงมีผลตอบแทนที่โดดเด่นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ก็ปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 4.04% ซึ่งสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของตลาดที่ตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจและคำคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงของการปรับสมดุล โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือ การตัดสินใจด้านการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน และทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในช่วงท้ายปี 2568 และต้นปี 2569
(เรียบเรียงจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters)



















