ข่าวอัพเดทจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทั่วโลกจับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องปี 2026 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังแกร่ง

0
59





ข่าวอัพเดทจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทั่วโลกจับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องปี 2026 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังแกร่ง


ข่าวอัพเดทจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ทั่วโลกจับตา ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องปี 2026 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังแกร่ง

วอชิงตัน ดี.ซี. – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์และผลสำรวจล่าสุดในต้นปี 2569 โดยมีใจความสำคัญที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความหวังและความไม่แน่นอนผสมผสานกันอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ยังคง ‘แข็งแกร่งเกินคาด’ แต่ก็มีสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดหุ้น.

เฟดเตรียมปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดในเดือนมกราคม 2569 คือทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed โดยผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ย Fed Funds Rate อาจลดลงมาอยู่ในช่วง 3.25% – 3.50% ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นผลจากการที่ Fed พยายามสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สอดคล้องกับรายงานจาก Bloomberg ที่ระบุว่า แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยจากช่วงปัจจุบัน (ซึ่งถูกคาดการณ์ไว้ที่ 3.50% – 3.75%) ให้เข้าใกล้ระดับ 3% ภายในปี 2569 รายงานยังอ้างถึงผู้ว่าการ Fed บางท่านที่ออกมาเตือนว่า หาก Fed ไม่ดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญกับความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ อย่างไรก็ตาม Reuters ยังเน้นย้ำว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสำหรับปี 2569 ทั้งหมดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

เศรษฐกิจโลกแกร่งเกินคาด แต่ตลาดหุ้นยังต้องระวัง ‘มรสุม’ ต้นปี

ในด้านของแนวโน้มเศรษฐกิจโลกโดยรวม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เผยแพร่รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับล่าสุด โดยคาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่ประมาณ 3.0% ถึง 3.3% ในปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะขาดพลวัตในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ขณะที่มุมมองจากตลาดทุนตามรายงานของ CNBC กลับมีทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก โดยนักวิเคราะห์จากคณะกรรมการการลงทุน CNBC’s ‘Halftime Report’ ชี้ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคาดการณ์ว่าบริษัทจดทะเบียนจะมีการเติบโตของกำไรสูงถึง 14% ในปี 2569 นักวิเคราะห์มองว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่เป็นบวก หากตลาดสามารถผ่านพ้นความผันผวนในช่วงต้นเดือนมกราคมไปได้

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Reuters ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดตราสารหนี้ โดยคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yields) อาจปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 4.25% ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้ Fed จะลดดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะยาว

ผลกระทบต่อประเทศไทย: โอกาสจากดอกเบี้ยขาลงและภัยจาก ‘มรสุมสมบูรณ์แบบ’

สำหรับประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับสิ่งที่นักวิเคราะห์บางรายเรียกว่า ‘มรสุมสมบูรณ์แบบ’ (Perfect Storm) จากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูง และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ข่าวการลดดอกเบี้ยของ Fed ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย

  • โอกาส: การลดดอกเบี้ยของ Fed จะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตภายในประเทศมากขึ้น และช่วยลดภาระหนี้ของภาคเอกชนที่กู้ยืมในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ความท้าทาย: แม้เศรษฐกิจโลกจะแกร่ง แต่การเติบโตที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยตามการคาดการณ์ของ IMF อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย นอกจากนี้ หากตลาดหุ้นโลกมีความผันผวนตามที่ CNBC เตือนไว้ในช่วงต้นปี นักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่ง Globlex ก็คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยอาจเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในเดือนมกราคม 2569 นี้

โดยสรุป รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกในเดือนมกราคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงการเริ่มต้นปีที่ตลาดการเงินโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาลงอีกครั้ง ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนในประเทศไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อนำทางเศรษฐกิจของประเทศให้รอดพ้นจากความท้าทายภายในและภายนอกประเทศ.