ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่วหนุนความหวังลดดอกเบี้ย
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 | รายงานข่าวเศรษฐกิจโลก
(กรุงเทพฯ) – ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับในเชิงบวกอย่างท่วมท้น หลังการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง การรายงานข่าวจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างประโคมข่าวถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวได้จุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้กับนักลงทุนถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า ส่งผลให้ดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
แรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลง: สัญญาณแห่ง “Soft Landing”
รายงานล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Rate) ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.4% ในเดือนกันยายน 2568 จาก 2.5% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (Consensus) เล็กน้อย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างเหนียวแน่น แต่การชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปนี้ได้ตอกย้ำมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่ภาวะที่เรียกว่า “Soft Landing” หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย
ตามการวิเคราะห์ของ Bloomberg, การที่ตัวเลขเงินเฟ้อออกมา “อ่อนตัวกว่าที่คาด” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกลับมาประเมินโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ใหม่ โดยเชื่อว่าธนาคารกลางมีพื้นที่เหลือเฟือในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยาน: ดัชนีหลักทำสถิติสูงสุดใหม่
ผลตอบรับในตลาดหุ้นเป็นไปอย่างคึกคักทันทีที่ข้อมูลถูกเผยแพร่ ดัชนี S&P 500, Dow Jones Industrial Average และ Nasdaq Composite ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะดัชนีหลักของวอลล์สตรีทหลายตัวพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย (Rate-Sensitive Stocks) เนื่องจากคาดการณ์ว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงในอนาคตอันใกล้
CNBC รายงานว่า การเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในครั้งนี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรก็พุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่เช่นกัน ขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ก็ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า Fed จะไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานเท่าที่เคยประเมินไว้
สัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม: การวิเคราะห์จาก Reuters
ความสนใจของตลาดทั้งหมดได้พุ่งเป้าไปที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในเดือนธันวาคม 2568 Reuters ชี้ว่า ข้อมูลเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงได้ช่วยฟื้นความหวังว่า Fed อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 Basis Points ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลว่า Fed อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป แต่การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งให้ความเห็นผ่านช่องทางของสำนักข่าวทั้งสาม (Bloomberg, CNBC, Reuters) ว่า แม้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมจะยังไม่เป็นที่แน่นอน 100% แต่โอกาสได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแสดงความเห็นเชิงผ่อนคลายจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่มีอิทธิพลบางรายเมื่อเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงจับตาดูรายงานการจ้างงานและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จะเผยแพร่ก่อนการประชุม FOMC เดือนธันวาคมอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์
ในส่วนของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยมักจะลดความน่าดึงดูดใจของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอลลาร์ ในขณะที่ราคาทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ได้รับแรงหนุนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
โดยสรุปแล้ว ข่าวเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณบวกจากสหรัฐฯ ได้สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่นให้กับตลาดการเงินทั่วโลก โดยนักลงทุนต่างมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดหุ้นในช่วงปลายปี 2568 นี้



















