ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย “สูงยาวนาน” ตลาดโลกผันผวนหนัก

0
59






ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย “สูงยาวนาน” ตลาดโลกผันผวนหนัก


ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดคงดอกเบี้ย “สูงยาวนาน” ตลาดโลกผันผวนหนัก

Bloomberg, CNBC, และ Reuters สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก รายงานตรงกันถึงผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงตามที่คาดการณ์ แต่การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวของประธานเฟดทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดพันธบัตรเกิดความผันผวนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะความกังวลว่านโยบาย “สูงยาวนาน” (Higher for Longer) อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

เฟดคงดอกเบี้ย ส่งสัญญาณเข้มงวดเกินคาด

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกคือการปรับมุมมอง Dot Plot ใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่มองว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ตลาดเคยคาดหวังไว้เมื่อต้นปี Reuters รายงานว่า การสื่อสารที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอย่างเหนียวแน่น ทำให้เกิดความกังวลว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจถูกเลื่อนออกไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุม โดย CNBC ได้นำเสนอถ้อยแถลงที่สำคัญว่า “เรายังไม่มั่นใจเพียงพอว่าเงินเฟ้อจะเคลื่อนตัวลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ตลาดแรงงานยังคงตึงตัว และข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เราจะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง แต่จะไม่ลังเลที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับจำกัดจนกว่าภารกิจของเราจะสำเร็จ” ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการปฏิเสธความคาดหวังของตลาดที่ต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งเหว พันธบัตรพุ่งสูง

ภายหลังการแถลงของประธานเฟด ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตอบรับในเชิงลบอย่างรุนแรง Bloomberg รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดลดลง 1.8% ทำลายสถิติการปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลงกว่า 600 จุด และดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงหนักที่สุดถึง 2.3% นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า ความผันผวนนี้เกิดจาก “การปรับฐานความคาดหวัง” ของนักลงทุนที่เคยเชื่อมั่นว่าเฟดจะเข้าสู่รอบการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว

ในตลาดพันธบัตร ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ได้พุ่งสูงขึ้นทันที 15 Basis Points แตะระดับ 4.5% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ การที่ต้นทุนทางการเงินยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ สร้างแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก

เงินดอลลาร์แข็งค่า ฉุดค่าเงินเอเชียอ่อนตัว

ผลกระทบจากการส่งสัญญาณของเฟดแผ่ขยายไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Reuters ชี้ว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะยังคงสูงในสหรัฐฯ ทำให้เงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์

สำหรับตลาดเอเชียและไทย ผลกระทบจาก “Higher for Longer” มีความชัดเจน CNBC รายงานว่า ค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสร้างความกังวลต่อต้นทุนการนำเข้าของประเทศ ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ก็ได้รับแรงกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ที่ให้ความเห็นผ่าน Bloomberg สรุปว่า “ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการที่เฟดต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ไม่รุนแรง (Soft Landing) อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่เป็นภาวะชะลอตัวที่รุนแรงกว่า (Harder Landing) สำหรับเศรษฐกิจโลกโดยรวม” การจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในเดือนถัดไปจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับนักลงทุนทั่วโลก

การรายงานข่าวที่สอดคล้องกันจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters เน้นย้ำว่า การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการคงอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นการปรับเปลี่ยน ‘โทน’ การสื่อสารที่ส่งผลกระทบต่อความคาดหวังของตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนสูงต่อไปในระยะใกล้นี้