จับตาธนาคารกลางสหรัฐฯ: เฟดแตกคอเรื่องลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68 ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก

0
80





จับตาธนาคารกลางสหรัฐฯ: เฟดแตกคอเรื่องลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68 ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก


จับตาธนาคารกลางสหรัฐฯ: เฟดแตกคอเรื่องลดดอกเบี้ย ธ.ค. 68 ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก

ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันว่า ขณะนี้ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะจับตาวาระการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคม 2568 อย่างใกล้ชิด หลังมีสัญญาณขัดแย้งเกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยครั้งที่สามของปี ซึ่งความไม่แน่นอนนี้ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีการปรับตัวขึ้นลงอย่างผันผวนตามกระแสคาดหวังในแต่ละวัน

Reuters: คณะกรรมการ FOMC เสียงแตก ความเห็นไม่ลงรอย

สำนักข่าว Reuters เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีความเห็นที่แตกออกอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความจำเป็นในการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือนธันวาคม ฝ่ายที่สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยมองว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง และตัวเลขการค้าปลีกที่อ่อนตัวลง บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ซึ่งเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีรายงานคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดบางรายที่ชี้ว่า ตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงก็เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้มีการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ยังคงแสดงความระมัดระวัง และคาดการณ์ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยในปี 2569 น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

Bloomberg: ตลาดพนันลดดอกเบี้ย แต่เจอคำเตือนจากประธานเฟด

ด้าน Bloomberg รายงานถึงปฏิกิริยาของตลาดการเงิน โดยระบุว่าเทรดเดอร์ประมาณสามในสี่ได้เพิ่มการเดิมพันของตนว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งความคาดหวังนี้ได้จุดประกายให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ดัชนีหลักหลายตัวปรับตัวขึ้นตามแรงหนุนจากการคาดการณ์นโยบายผ่อนคลายของเฟด อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Bloomberg ยังได้เน้นย้ำถึงคำเตือนของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ที่ได้กล่าวเตือนนักลงทุนไม่ให้คาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นความพยายามที่จะควบคุมความร้อนแรงของการเก็งกำไรในตลาด ความขัดแย้งระหว่างการคาดการณ์ของตลาดกับท่าทีของประธานเฟดนี้เองที่ทำให้ความผันผวนในตลาดมีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

CNBC: SET Index รับข่าวดี คาดหวังเม็ดเงินไหลเข้า

สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น CNBC และสื่อในภูมิภาครายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังดังกล่าว โดยในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ดัชนี SET มีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยปิดบวกได้ถึง 14.49 – 16.05 จุด ในวันที่มีกระแสข่าวการลดดอกเบี้ยของเฟด การปรับตัวขึ้นนี้เป็นผลมาจากการซื้อหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยต่ำในอนาคต เช่น หุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งนักลงทุนคาดหวังว่าการปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้ามายังตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทย

มุมมองนักวิเคราะห์: การตัดสินใจเดือนธันวาคมอาจไม่ส่งผลกระทบใหญ่เท่าที่คิด

ในขณะที่ตลาดกำลังตื่นเต้นกับวาระการประชุมเดือนธันวาคม นักวิเคราะห์บางรายกลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป นายแม็กซ์ เคทเนอร์ (Max Kettner) หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้าน Multi-Asset ของ HSBC แสดงความเห็นว่า การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธันวาคมนี้ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) มากเท่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ เนื่องจากตลาดได้ซึมซับข่าวและราคาความน่าจะเป็นของการปรับลดดอกเบี้ยไปล่วงหน้าแล้วเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ปฏิกิริยาของตลาดในวันประกาศผลจริงอาจเป็นเพียงการเคลื่อนไหวในระยะสั้นเท่านั้น
โดยสรุปแล้ว การประชุม FOMC ครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ จึงเป็นวาระที่สำคัญที่สุดที่นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทย ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปีและต้นปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญ