ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตรึงดอกเบี้ยตามคาด ส่งสัญญาณยุคใหม่แห่งการลดดอกเบี้ย – ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับข่าวดี

0
128





อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตรึงดอกเบี้ย ส่งสัญญาณ “ยุคแห่งการลดดอกเบี้ย” – ตลาดโลกตอบรับเชิงบวก


ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตรึงดอกเบี้ยตามคาด ส่งสัญญาณยุคใหม่แห่งการลดดอกเบี้ย – ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับข่าวดี

วอชิงตัน ดี.ซี. – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนทั่วโลกคือการที่ Fed ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่าวัฏจักรของการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อได้สิ้นสุดลงแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคแห่งการปรับลดดอกเบี้ย” ในปีถัดไป หากตัวเลขเศรษฐกิจยังคงดำเนินไปในทิศทางที่ชะลอตัวลงตามเป้าหมาย

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Core CPI ที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานผันผวน ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ Fed ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงความสำเร็จของนโยบายการเงินที่เข้มงวดมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ Fed มีความยืดหยุ่นในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรง

ตลาดการเงินโลกพุ่งรับสัญญาณ “ผ่อนคลาย”

หลังจากการแถลงการณ์ของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ที่เน้นย้ำถึงความก้าวหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อ และการเปิดประตูสำหรับการปรับลดดอกเบี้ยในปีหน้า ตลาดการเงินทั่วโลกได้ตอบสนองในเชิงบวกอย่างรุนแรง CNBC รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างโดดเด่น ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year Treasury yield) ก็ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกลงในอนาคต

Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากความต้องการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่ลดลงภายใต้แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและการเงินในภูมิภาค

สำหรับภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย รายงานของ Reuters ระบุว่า การส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินของ Fed ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในเอเชียต่างปรับตัวขึ้นตามทิศทางของวอลล์สตรีท เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก (Capital Outflow) ได้บรรเทาลง และแนวโน้มของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอาจช่วยลดภาระต้นทุนนำเข้าสินค้าและพลังงาน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่ Fed เปิดช่องให้มีการลดดอกเบี้ยในปีหน้า จะช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง และอาจทำให้ ธปท. มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ (Data Dependent) เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขตลาดแรงงาน ซึ่งยังคงมีความแข็งแกร่งเกินคาด ดังนั้น การคาดการณ์ช่วงเวลาและจำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ยจึงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดปีหน้า ตลาดจะยังคงจับตาการประชุมครั้งต่อไปของ Fed และการเปิดเผยรายงานการประชุม (FOMC Minutes) อย่างละเอียด เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินโลก

การอัพเดทข่าวสารครั้งนี้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก และความจำเป็นที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ต้องติดตามความเคลื่อนไหวจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters อย่างใกล้ชิด

จบการรายงาน