สรุปข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงและความยืดหยุ่น

0
68






สรุปข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงและความยืดหยุ่น


สรุปข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงและความยืดหยุ่น

สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 โดยมีประเด็นหลักที่น่าจับตาคือ ‘ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์’ และ ‘วิกฤตหนี้ในประเทศกำลังพัฒนา’ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงแสดงให้เห็นถึง ‘ความยืดหยุ่น’ อย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: ปัจจัยกดดันตลาดเอเชีย

รายงานข่าวจากสำนักข่าว Reuters และ CNBC ชี้ว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2568. ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้เพียงแค่การรับรู้ถึงความขัดแย้ง ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดการเงินได้. สำหรับตลาดเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และความไม่แน่นอนเรื่องมาตรการภาษี ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง.

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Bloomberg และ CNBC ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียยังคงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นและดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้มีการปรับตัวในแดนบวก. การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนที่ยังคงมีความหวังว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีอาจถึงจุดสูงสุดแล้วในขณะนี้. นอกจากนี้ คำว่า “RESILIENCE” หรือ “ความยืดหยุ่น” ถูกเน้นย้ำว่าเป็นคำสำคัญในการอธิบายสถานการณ์ของเศรษฐกิจและตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลกในปี 2568 แม้จะเผชิญกับความวุ่นวายครั้งประวัติศาสตร์.

วิกฤตหนี้ในประเทศกำลังพัฒนา: คำเตือนจากธนาคารโลก

ประเด็นเรื่อง “วิกฤตหนี้” ในประเทศกำลังพัฒนาถูกนำเสนออย่างเข้มข้นในรายงานของ Reuters และ CNBC โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแถลงการณ์ของธนาคารโลก (World Bank). ธนาคารโลกได้ออกคำเตือนว่า ประเทศกำลังพัฒนายัง “ไม่อาจหลุดพ้นจากอันตราย” (not out of danger) จากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น.

ตัวเลขที่น่าตกใจคือ ประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ภายนอกเกือบ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี. กรณีตัวอย่างการปรับโครงสร้างหนี้ที่สำคัญ เช่น กานา แซมเบีย ศรีลังกา และยูเครน เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเปราะบางทางการเงินที่เพิ่มขึ้น. ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนที่ปรากฏใน CNBC ได้ตั้งข้อสังเกตถึง “วงจรหนี้” (Debt Spiral) ทั้งในสหรัฐฯ และในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอาจเป็นชนวนก่อให้เกิดวิกฤตครั้งต่อไปได้. นักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียจาก Pantheon Macroeconomics ให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่า แม้ตลาดเกิดใหม่อาจเผชิญกับความท้าทาย แต่ยังคงมีความหวังในกลุ่มตลาดเอเชียเกิดใหม่.

ตลาดหุ้นทั่วโลก: ความยืดหยุ่นและสัญญาณเตือน

ในด้านตลาดหุ้น รายงานของ Reuters และ CNBC ชี้ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มต้นเดือนธันวาคม 2568 ด้วยบรรยากาศที่เป็นบวก. ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 ธันวาคมด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง และสะท้อนถึง “ความยืดหยุ่นที่มั่นคง” (steady resilience) ของตลาดในวงกว้าง.

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตนี้ Reuters และ CNBC ยังรายงานถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ “ฟองสบู่” ที่อาจเกิดขึ้นในบางภาคส่วน โดยเฉพาะในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI). นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า การตัดสินใจของนักลงทุนรายใหญ่ เช่น การเข้าซื้อกิจการล่าสุดของ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett สะท้อนมุมมองต่อฟองสบู่ AI อย่างไร. นอกจากนี้ การที่ CNBC ได้ลงนามในข้อตกลงกับ Kalshi เพื่อนำข้อมูลการทำนายตลาดแบบเรียลไทม์มาใช้ในการรายงานข่าว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสื่อในการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาด.

— จบรายงาน —

ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของ Reuters, CNBC, Bloomberg และบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ณ เดือนธันวาคม 2568.