หน้าแรก ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การตัดสินใจดอกเบี้ย Fed เขย่าตลาดโลก

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การตัดสินใจดอกเบี้ย Fed เขย่าตลาดโลก

0
65





สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การตัดสินใจดอกเบี้ย Fed เขย่าตลาดโลก


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: การตัดสินใจดอกเบี้ย Fed เขย่าตลาดโลก

รายงานข่าวต่างประเทศล่าสุด: Bloomberg, CNBC, Reuters

วอชิงตัน ดี.ซี. – ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ล่าสุด โดยสำนักข่าวทางการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก.

การตัดสินใจของ Fed ในครั้งนี้คือการ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ แต่ถ้อยแถลงของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed หลังการประชุม ได้ส่งสัญญาณที่ “เป็นไปในทิศทางที่ผ่อนคลาย (Dovish)” มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยระบุถึงความกังวลต่อข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดแรงงานในระยะข้างหน้า.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทะยาน รับสัญญาณผ่อนคลาย

รายงานจาก CNBC และ Bloomberg ชี้ว่า ทันทีที่ถ้อยแถลงของ Fed ถูกเผยแพร่ออกไป ดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้นมากกว่า 300 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% และดัชนีเทคโนโลยี Nasdaq Composite ทะยานขึ้นถึง 1.7% เนื่องจากนักลงทุนตีความว่า Fed ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) และกลุ่มพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ โดยเฉพาะหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยได้รับแรงซื้ออย่างหนาแน่น.

ผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนและตลาดตราสารหนี้

Reuters รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงทันทีเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่นและยูโร ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ลงจากความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคตอันใกล้. ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year Treasury Yield) ก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่านักลงทุนได้ย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On Sentiment) ทั่วโลก.

ราคาน้ำมันและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ในด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังการประกาศของ Fed เนื่องจากความคาดหวังที่ว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันในที่สุด อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ราคาน้ำมันยังคงถูกถ่วงด้วยความกังวลด้านอุปทานที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่ากลุ่มพลังงานในตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นตามการตอบรับเชิงบวกของตลาดโดยรวมก็ตาม.

จับตาผลกระทบต่อตลาดไทย: SET และค่าเงินบาท

สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของ Fed ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนและตลาดเงินในประเทศ รายงานวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สัญญาณ Dovish ของ Fed จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในระยะสั้น เนื่องจากจะทำให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงไทยมากขึ้น.

ในส่วนของค่าเงินบาท การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งแม้จะเป็นผลดีต่อผู้นำเข้า แต่ก็อาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้ส่งออกไทยที่ต้องเผชิญกับอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงจับตาดูความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ.

โดยสรุป การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับถ้อยแถลงที่ผ่อนคลายกว่าที่คาดการณ์ของ Fed ได้ส่งผลให้เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ในตลาดการเงินโลก โดยมีแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คาดหวังว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในไตรมาสถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ.