สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกส่งท้ายปี 2025
เผยแพร่: 23 ธันวาคม 2568 | อัพเดทล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ตลาดการเงินโลกยังคงให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อประคองการเติบโตของประเทศ
Fed ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ย: ตลาดคลายความกังวล
สำนักข่าว CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงถ้อยแถลงของนายแฮมแมค (Hammack) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ระบุว่า “ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย” ในขณะนี้ คำกล่าวนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงท้ายปี เนื่องจากนักลงทุนตีความว่า Fed มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในช่วงต้นปี 2569
การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า แม้จะมีการส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในเดือนมกราคม 2569 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงาน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินที่แท้จริงของ Fed ในระยะถัดไป
กระแส ‘AI Data Center Gold Rush’ ดึงดูดนักลงทุนรายใหม่
รายงานพิเศษจาก Bloomberg เปิดเผยถึงปรากฏการณ์ “AI Data Center Gold Rush” หรือกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ในศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่าการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีผู้เล่นรายใหม่ (Thousands of Newcomers) เข้าสู่ตลาดนี้เป็นจำนวนมาก
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และความต้องการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้เกิดความต้องการศูนย์ข้อมูลประสิทธิภาพสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน, การผลิตชิปประมวลผล, และระบบทำความเย็น ต่างได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้อย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์มองว่า การลงทุนใน AI Data Center จะเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่โดดเด่นที่สุดในปี 2569 และเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ธปท. ตัดลดดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจไทย พร้อมปรับลดคาดการณ์ GDP
ในส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง รวมถึง Reuters ได้ให้ความสนใจกับการตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธปท. ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อประคองเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ และได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สำหรับปี 2569 ลง
นักเศรษฐศาสตร์จาก UOB Global Economics & Markets Research คาดการณ์ว่า ธปท. อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25 จุดพื้นฐาน (0.25%) ในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.00% การตัดสินใจนี้สอดคล้องกับความกังวลของผู้นำธุรกิจไทยที่เตือนว่าเศรษฐกิจจะยังคงซบเซาในปี 2569 และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ มุ่งเน้นไปที่การควบคุมต้นทุนและหลีกเลี่ยงกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยง
นอกจากนี้ รายงานจาก ธปท. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 คาดว่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะชะลอตัวลงตามรายได้ อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังคงยืนยันว่าพร้อมที่จะ “ดำเนินการ” เกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อภาคการส่งออกของไทย การตัดสินใจของ ธปท. ในช่วงปลายปีนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของประเทศในขณะนี้
ที่มา: ข้อมูลสรุปจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters
อ้างอิง:


















