สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569

0
38






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569

(กรุงเทพฯ) – สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงสถานการณ์ความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงินโลกช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีปัจจัยหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการปรับฐานอย่างหนักของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงตลาดทองคำและสกุลเงินดิจิทัล

ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงเทขาย: ทองคำ-บิตคอยน์ร่วงหนัก

รายงานจากหลายสำนักข่าวชี้ให้เห็นถึงกระแส “Risk-Off” หรือการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาทองคำซึ่งก่อนหน้านี้มีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้พลิกกลับมาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ตลาดสกุลเงินดิจิทัลก็เผชิญกับแรงกดดันมหาศาล โดยเฉพาะราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ที่ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน และลงไปซื้อขายในระดับกลาง 70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นักวิเคราะห์จาก CNBC ระบุว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค และการที่นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางสภาพคล่องในตลาดที่ตึงตัวขึ้น

สัญญาณ Fed: ตลาดคาดการณ์ลดดอกเบี้ยเหลือแค่ 2 ครั้ง

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความผันผวนนี้คือการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังของตลาดในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยมากกว่านี้ นอกจากนี้ CME Group’s FedWatch Tool ยังคงแสดงการคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันอย่างน้อยจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว (Hawkish) ของ Fed ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับการพิจารณาผู้ที่อาจได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed คนใหม่ ได้สร้างความสั่นคลอนให้กับตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น (Higher for Longer) ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงสูง และกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นเงินสดอย่างทองคำและบิตคอยน์ถูกเทขาย

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเป็นเสาหลัก ท่ามกลางกระแส AI

ในทางกลับกัน ท่ามกลางความผันผวนของตลาด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ยังคงแสดงความแข็งแกร่งและทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ รายงานจาก CNBC และ Bloomberg เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลายตัวยังคงนำตลาดให้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังคงทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา AI ซึ่งทำให้ตลาดเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

นักวิเคราะห์จาก Baird Private Wealth Management ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ระบุว่า แม้ตลาดจะมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Oracle ซึ่งมีการประกาศแผนงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ช่วยพยุงและเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นโดยรวมไม่ดิ่งลงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูรายงานผลประกอบการที่จะทยอยออกมาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผิดหวังเพียงเล็กน้อยในกลุ่ม Big Tech อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นกลับมาเผชิญแรงกดดันได้ทุกเมื่อ

สรุปสำหรับนักลงทุนชาวไทย: สถานการณ์ตลาดโลกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างความเชื่อมั่นในนวัตกรรมเทคโนโลยี (Tech) กับความกังวลในนโยบายการเงิน (Fed) นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อและข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนของ Fed และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี