สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตะวันออกกลางระอุ ดันราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดโลกผันผวน
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสารสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเข้าสู่จุดวิกฤตภายหลังการโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยมีรายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอีกหลายราย การโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศและเป้าหมายทางทหารหลายแห่งในกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ
เพื่อตอบโต้การโจมตี อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังรัฐอ่าวหลายแห่ง รวมถึงมีรายงานว่าขีปนาวุธพุ่งชนโรงแรมหรูในดูไบ ซึ่งตอกย้ำถึงความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างออกไป นอกจากนี้ กองทัพเรืออิหร่านได้ประกาศปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทั่วโลก การปิดช่องแคบครั้งนี้ได้ส่งผลให้การขนส่งน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าอื่นๆ จากตะวันออกกลางต้องหยุดชะงักลงทันที
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและตลาดทุน
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ และนักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อหรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 75-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ราคาทองคำก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน
ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรง สำหรับประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ออกแถลงการณ์ว่าจะเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 แต่ได้แนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและมาตรการรับมือของไทย
บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ประเมินว่า ผลกระทบจากการสู้รบในอิหร่านต่อการลงทุนในปัจจุบันยังคงจำกัด และโอกาสที่จะเกิดสงครามระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในกรณีเลวร้ายที่สุด หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็มองว่าจะเป็นจุดสูงสุดในระยะสั้น ในขณะที่ บล.บัวหลวง มองว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านส่งสัญญาณยุติการพัฒนาอาวุธพิสัยไกล ทำให้ตลาดคาดหวังการเจรจา
รัฐบาลไทย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อการส่งออกและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งาน 61 วัน และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกรายงานสถานการณ์และเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- CNBC ปรับโครงสร้างองค์กร: CNBC อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานเกือบสิบราย รวมถึงบรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบเสียเงิน (paywall) สำหรับเว็บไซต์
- Bloomberg กับการลงทุนใน AI และ Private Market: งานประชุม “Bloomberg Invest New York 2026” ในเดือนมีนาคมนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายธนาคารกลาง และการบรรจบกันของตลาดสาธารณะและตลาดส่วนตัว โดยจะเน้นเป็นพิเศษที่ตลาดส่วนตัวและสินเชื่อส่วนบุคคล
- SpaceX พิจารณาเสนอขายหุ้น IPO: Bloomberg News รายงานว่า SpaceX กำลังพิจารณาการยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) แบบเป็นความลับได้เร็วที่สุดในเดือนมีนาคมนี้
- ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ: หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษี “ต่างตอบแทน” ทั่วโลกของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำไปสู่ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการคืนเงินค่าภาษี ทรัมป์ได้ประกาศใช้ภาษีใหม่ทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งสร้างความกังวลให้กับยุโรปว่าอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าที่มีอยู่
สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกภาคส่วน.


















