สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบาย หนุนตลาดหุ้นทำสถิติใหม่
รายงานพิเศษ: กรุงเทพฯ (29 ธันวาคม 2568) – โดย กองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงพัฒนาการสำคัญในช่วงปลายปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี
รายงานระบุว่า ในปี 2568 ธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่งได้ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่รวดเร็วและมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินโลกเมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา การผ่อนคลายนโยบายการเงินครั้งใหญ่นี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการปรับตัวเข้าสู่ภาวะที่อัตราเงินเฟ้อเริ่มอยู่ภายใต้การควบคุม และเศรษฐกิจต้องการการสนับสนุนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชะลอตัวรุนแรง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรปส่งสัญญาณผ่อนคลาย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้มีการออกแถลงการณ์หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยส่งสัญญาณที่เน้นย้ำถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะยังคงความระมัดระวัง แต่ตลาดตีความท่าทีดังกล่าวว่าเป็นการเปิดประตูสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้
ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ได้มีมติออกนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 โดยมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามการคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ โครงการคาดการณ์เศรษฐกิจชุดใหม่ของ Eurosystem ยังแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปโดยเฉลี่ยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.1 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงเป้าหมายของธนาคารกลางมากขึ้น การดำเนินการของทั้ง Fed และ ECB ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก ว่าสภาพคล่องในระบบการเงินจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติใหม่
จากแรงหนุนของสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นและการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC และ Bloomberg ชี้ว่า การทำสถิติใหม่นี้สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดีของนักลงทุนต่อการเติบโตของผลกำไรของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยที่รุนแรงได้
อย่างไรก็ตาม รายงานของ BNN Bloomberg ยังระบุว่า แม้ตลาดจะคึกคัก แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนธันวาคมยังคงมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่ซับซ้อนของเศรษฐกิจที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดในปีหน้า
ธนาคารแห่งประเทศไทยกับการตัดสินใจในประเทศ
สำหรับในภูมิภาคเอเชีย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็เป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่มีการประกาศผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงปลายปีเช่นกัน โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 กนง. ได้มีการพิจารณาท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายนโยบายการเงิน การตัดสินใจของ กนง. ในครั้งนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลต่อการไหลเข้าออกของเงินทุน และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ธนาคารกลางหลักของโลกเริ่มลดดอกเบี้ยอย่างพร้อมเพรียง ทำให้ ธปท. มีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือจัดการกับความผันผวนของค่าเงินบาท ทั้งนี้ สำนักข่าว Reuters ยังได้รายงานถึงการที่ประเด็นพลังงานนิวเคลียร์กลายเป็นหัวข้อข่าวสำคัญทั่วโลกในปี 2568 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการลงทุนในระยะยาวของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
โดยสรุป การอัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters เน้นย้ำว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของนโยบายการเงินที่มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดการเงินโลก และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในไทยควรนำมาพิจารณาในการวางแผนการลงทุนสำหรับปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง
อ้างอิง: [1], [2], [3], [4], [5], [6], [8], [9], [11], [12], [13], [14]
ที่มา: สรุปและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters



















