สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ, ภาษีทรัมป์เขย่าการค้า, ตลาดพลังงานปั่นป่วน
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยมีประเด็นร้อนแรงที่สุดคือความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและกระตุ้นความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ นโยบายภาษีการค้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจและการเงินโลก.
วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ: การโจมตีอิหร่านและผลกระทบทั่วโลก
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยมีรายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว แรงระเบิดจากการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐอ่าวสร้างความตื่นตระหนกในภูมิภาค โดยมีรายงานขีปนาวุธพุ่งชนโรงแรมหรูในดูไบและได้ยินเสียงระเบิดในอาบูดาบี อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายต่างๆ รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ซึ่งทำให้กลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคยิ่งแข็งกร้าวในการสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอล.
นานาชาติแสดงท่าทีหลากหลายต่อเหตุการณ์นี้ จีนประณามการโจมตีดังกล่าวว่า “ไม่สามารถยอมรับได้” และเป็นการ “รุกรานอย่างอุกอาจ” พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีและการกลับสู่โต๊ะเจรจา ทางการจีนยังได้แนะนำพลเมืองของตนให้อพยพออกจากอิสราเอลและอิหร่านโดยเร็วที่สุด ในทางกลับกัน ออสเตรเลียได้ออกมาสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว โดยกล่าวโทษคาเมเนอีว่าเป็นผู้รับผิดชอบโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้งลง.
ผลกระทบที่สำคัญที่สุดจากความขัดแย้งนี้คือการที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลก การหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดก๊าซ LNG โดยเฉพาะผู้ซื้อในเอเชียที่พึ่งพาก๊าซจากกาตาร์อย่างมาก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 80-100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตอบสนองต่อความวิตกนี้ด้วยการหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ และฟรังก์สวิส แทนการลงทุนในหุ้น.
เศรษฐกิจโลกและการค้า: ภาษีทรัมป์และแรงกระเพื่อมจาก AI
ในด้านเศรษฐกิจโลก ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตราอื่น ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีคำถามสำคัญว่าเงินภาษีประมาณ 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เคยจัดเก็บไปแล้วจะได้รับการคืนหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ยืดเยื้อไปอีกหลายปี.
นโยบายภาษีที่ไม่แน่นอนนี้ ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 821.91 จุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 Bitcoin ก็ร่วงลงกว่า 5% หลังจากทรัมป์ประกาศแผนภาษีใหม่ ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ซึ่งทำให้การคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ลดลง.
ภาคเทคโนโลยีเองก็กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บริษัท Block Inc. ของ Jack Dorsey ประกาศลดพนักงานลงถึง 40% โดยอ้างถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI ซึ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องการเข้ามาแทนที่แรงงานด้วย AI ในส่วนของข่าวภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัท BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน รายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลกลดลงมากที่สุดในรอบ 6 ปี โดยลดลงถึง 41.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่หก.
ความตึงเครียดระดับภูมิภาค: อัฟกานิสถาน-ปากีสถาน
นอกจากวิกฤตในตะวันออกกลางแล้ว ความตึงเครียดระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการปะทะกันเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน เสียงระเบิดและเสียงปืนดังขึ้นในกรุงคาบูล ขณะที่อัฟกานิสถานรายงานว่ากองกำลังป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงตอบโต้เครื่องบินของปากีสถานเหนือเมืองหลวง ปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานว่าให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ ซึ่งทางอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว สถานการณ์นี้นับเป็นการสู้รบที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างความกังวลว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคเอเชียใต้.
แนวโน้มและบทสรุป
สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน ตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งมีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ไปจนถึงนโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนและผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจึงต้องจับตาดูพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนต่อไป.


















