สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางปั่นป่วน เศรษฐกิจโลกผันผวน

0
35




สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางปั่นป่วน เศรษฐกิจโลกผันผวน

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางปั่นป่วน เศรษฐกิจโลกผันผวน

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และจุดชนวนความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดพลังงาน สินทรัพย์ปลอดภัย และการเดินทางทั่วโลก

รายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่าผู้นำหลายประเทศทั่วโลกได้แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์นี้ โดยพันธมิตรบางชาติของสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว ขณะที่จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพอธิปไตยของอิหร่านและกลับสู่โต๊ะเจรจา นอกจากนี้ จีนยังได้แนะนำให้พลเมืองของตนในอิสราเอลและอิหร่านเร่งอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือเดินทางออกนอกประเทศโดยเร็วที่สุด เกาหลีเหนือเองก็ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย”

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความตึงเครียดครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สำนักข่าว Reuters รายงานว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม และนักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าราคาอาจทะยานแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ถูกอิหร่านออกคำเตือนให้เรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือ และมีรายงานว่าการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบดังกล่าวได้หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด ซึ่งกระทบต่อปริมาณน้ำมันกว่า 20% ของโลก และการค้า LNG ที่สำคัญ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาก๊าซจากกาตาร์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าโอกาสที่จะเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์นั้นยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของอิหร่านเอง และมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจเป็นเพียงจุดสูงสุดระยะสั้น

ทองคำพุ่ง นักลงทุนแห่หาที่หลบภัย

จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนได้หันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างรวดเร็ว สำนักข่าว Reuters รายงานว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อตลาดเปิดทำการในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำดิจิทัลก็แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตลอดช่วงสุดสัปดาห์

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและการเดินทางทางอากาศ

ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับตลาดหุ้นไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าดัชนี SET ในสัปดาห์หน้า (2-6 มี.ค. 2569) มีแนวรับสำคัญที่ 1,500 และ 1,470 จุด โดยหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม KAsset ชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่มีการโจมตีโดยตรงเมื่อปี 2568 ดัชนีหลักอย่าง Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวลงเพียงช่วงสั้นๆ และสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 1-3 เดือนหลังเหตุการณ์

ด้านการเดินทางทางอากาศก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก สำนักข่าว CNBC รายงานว่าสายการบินชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก เช่น Qatar Airways, Emirates, Air India, Lufthansa และ United Airlines ได้ประกาศระงับหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากน่านฟ้าในหลายประเทศ อาทิ อิหร่าน อิรัก คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ถูกปิดชั่วคราว การปรับเปลี่ยนเส้นทางบินที่ยาวขึ้นนี้ส่งผลให้ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน

ประเทศไทยเฝ้าระวังใกล้ชิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (รักษาการ) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กยอมรับว่าสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้นนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ไทยจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งโดยตรง กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยแนะนำให้คนไทยในอิหร่านและอิสราเอลพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยืนยันว่าจะเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันที่ 2 มีนาคม พร้อมจัดเตรียมแผนรับมือหากตลาดเกิดความผันผวน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์โลกในวงกว้าง.