สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือดระอุ เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทาย
วันที่ 1 มีนาคม 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีประเด็นร้อนที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตลง เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดความไม่มั่นคงอย่างกว้างขวางในภูมิภาคตะวันออกกลาง และนำไปสู่การตอบโต้ทันทีจากอิหร่าน ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและเป้าหมายที่เป็นฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วภูมิภาค เช่น บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย
นานาชาติได้แสดงท่าทีต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีเหนือประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการ “รุกรานที่ผิดกฎหมาย” ขณะที่จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและเริ่มการเจรจาทันที โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” และได้แนะนำให้พลเมืองจีนในอิสราเอลและอิหร่านอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เลขาธิการสหประชาชาติก็ได้ประณามการโจมตีเช่นกัน
ผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกมีความผันผวนอย่างหนัก โดยนักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากอิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ในปากีสถาน โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี และมีการเผาอาคารสำนักงานสหประชาชาติในเมืองสกัรดู ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีรายงานเสียงระเบิดและ gunfire ในกรุงคาบูล
นโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ
ในด้านเศรษฐกิจ นโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษี “ตอบโต้” หลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังคงมีความไม่ชัดเจนว่าเงินภาษีที่เก็บไปแล้วจะได้รับการคืนอย่างไร และใครจะเป็นผู้ได้รับคืน ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยืดเยื้อและซับซ้อน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น แม้จะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี นอกจากนี้ กฎการรายงานอสังหาริมทรัพย์ใหม่ของ FinCEN มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ซึ่งกำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องรายงานข้อมูลบางอย่าง
เศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยี: AI ยังคงขับเคลื่อนนวัตกรรม
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ รายงานผลประกอบการของ NVIDIA แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งจากการเติบโตของความต้องการ AI โดยมีแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนไปจนถึงปี 2571 นอกจากนี้ OpenAI ได้ระดมทุน 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยมูลค่าบริษัท 7.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนการระดมทุน โดยมี Amazon, Nvidia และ SoftBank เป็นหนึ่งในนักลงทุน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.3% ในปี 2569 ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์ที่ 2.8% โดยภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ ไอวอรี่โคสต์มีแผนที่จะปรับลดราคารับซื้อโกโก้จากเกษตรกรลงประมาณหนึ่งในสามตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ค้าต่างประเทศ หลังจากที่กานาได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันไปแล้ว
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก ขณะที่นโยบายการเงินและการค้าของประเทศมหาอำนาจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการเติบโตของภาคเทคโนโลยีที่ยังคงเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไป

















