สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเฟด-เศรษฐกิจโลกชะลอตัว-มาตรการกระตุ้นไทย

0
185






สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเฟด-เศรษฐกิจโลกชะลอตัว-มาตรการกระตุ้นไทย


สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาเฟด-เศรษฐกิจโลกชะลอตัว-มาตรการกระตุ้นไทย

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568

สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวสำคัญที่น่าจับตาในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีประเด็นหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่การคาดการณ์การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปีนี้, รายงานเตือนภัยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ, ไปจนถึงความมั่นคงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังส่งผลในไตรมาสสุดท้าย

รายงานจาก Bloomberg: เศรษฐกิจโลก “จวนเจียน” ชะลอตัวเหลือ 2.6%

— Bloomberg —

รายงานล่าสุดจากองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNCTAD) ซึ่งถูกนำเสนอโดย Bloomberg ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ “จวนเจียน” (On the Brink) โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 2.6% ซึ่งลดลงจาก 2.9% ในปี 2567. รายงาน ‘Trade and Development Report 2025: On the Brink’ ระบุว่า ปัจจัยทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนการค้าโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา.

UNCTAD เน้นย้ำว่า การครอบงำของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในการชำระเงินระหว่างประเทศและตลาดทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทั้งโอกาสและข้อจำกัดสำหรับเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา. สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความท้าทายในการบริหารจัดการหนี้และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียที่เศรษฐกิจการส่งออกเชื่อมโยงกับวัฏจักรทางการเงินโลกอย่างซับซ้อน. รายงานนี้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินโลกเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาดการเงินขนาดใหญ่.

รายงานจาก CNBC: ตลาดจับตาการประชุม Fed เดือนธันวาคม คาดลดดอกเบี้ย 25 bps

— CNBC —

CNBC รายงานว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับจ้องไปยังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ประจำปี 2568 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคม. การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะมีการเผยแพร่บทสรุปของการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) ฉบับใหม่.

การคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบันบ่งชี้ว่า มีโอกาสสูงที่ Fed จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน (basis points). อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งผู้ที่สนับสนุนให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวและเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้น. ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งยังคงต้องการให้ Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน. ความไม่แน่นอนในผลการตัดสินใจนี้ ทำให้เดือนธันวาคม 2568 กลายเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยความผันผวนสำหรับนักลงทุนทั่วโลก

รายงานจาก Reuters: เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ มาตรการรัฐหนุน Q4

— Reuters —

Reuters ได้รายงานถึงความคืบหน้าของเศรษฐกิจไทย โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวระดับสูงที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพในระดับที่ดี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เริ่มดำเนินการในช่วงปลายปีได้ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราการเติบโตในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568. รัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังหลายด้าน โดยเฉพาะการใช้จ่ายที่เน้นการเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ เพื่อชดเชยการชะลอตัวของภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงตามรายงานของ UNCTAD.

แม้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงเผชิญกับปัญหาสินเชื่อตึงตัว โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สูงถึง 80% ในปีนี้ แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศในโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโดยรวมไว้ได้. การคาดการณ์การเติบโตของไทยในไตรมาสสุดท้ายจึงเป็นไปในทิศทางบวก ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียได้เป็นอย่างดี