สรุปข่าวเด่นประจำวันจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี หลัง TSM ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่
วอชิงตัน/ไทเป: ตลาดการเงินทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงต้นปี 2569 โดยดัชนีตลาดหุ้นหลัก ๆ ของสหรัฐฯ สามารถปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ได้สำเร็จ หลังรายงานเศรษฐกิจที่ผสมผสานแต่ยังคงแข็งแกร่ง และแรงหนุนครั้งสำคัญจากกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตามรายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกแรง ขานรับข่าวดีจาก Tech Giant
รายงานข่าวจาก Wall Street ระบุว่า ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่ S&P 500, Dow Jones Industrial Average และ Nasdaq Composite ต่างปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่เผชิญกับภาวะชะลอตัวมาสองวันก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งทะยานขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลมาจากข่าวเชิงบวกจากบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSM) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก
TSM ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วยการประกาศผลประกอบการที่สูงกว่าประมาณการ และเปิดเผยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในปี 2569 ซึ่งรวมถึงการลงทุนมูลค่ากว่า 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในด้านเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประกาศดังกล่าวได้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์และ AI ทั่วโลกปรับตัวขึ้นตามกันอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การลงทุนมหาศาลนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้
สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผสมผสาน แต่ตลาดตอบรับในแง่ดี
แม้ว่ารายงานตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะออกมาในลักษณะที่ “ผสมผสาน” (mixed report) โดยมีตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่มีอัตราการว่างงานที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แต่ตลาดก็ตอบรับในเชิงบวก โดยมองว่าเป็นการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ร้อนแรงจนเกินไป การเริ่มต้นปี 2569 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง แต่ยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก หลังจากการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา
ข้อตกลงการค้าและกฎระเบียบใหม่ในยุโรป
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักข่าว CNBC รายงานถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน ในการบรรลุข้อตกลงเพื่อลดภาษีและเพิ่มการลงทุนด้านชิปของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ Reuters ยังได้รายงานถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับเครือข่ายโทรคมนาคม ซึ่งคาดว่าจะผ่อนปรนต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) มากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับสมดุลระหว่างการกำกับดูแลและการส่งเสริมนวัตกรรม
ราคาน้ำมันดิ่งลงหลังความตึงเครียดลดลง
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลดระดับความตึงเครียดของภัยคุกคามทางการทหารของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันลดลง และกดดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดต่ำลง ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย
โดยสรุป ข่าวเศรษฐกิจและการเงินจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลกในช่วงนี้ ชี้ให้เห็นว่าตลาดโลกยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากนวัตกรรมเทคโนโลยีและการลงทุนขนาดใหญ่ ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

















