สรุปข่าวเด่นประจำวัน: ดีลยักษ์ IBM ซื้อ Confluent มูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ จับตา Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย
(29 ธันวาคม 2568) – ตลาดการเงินโลกปิดท้ายปีด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเทคโนโลยีและสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีหน้า สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงดีลการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ของ IBM และความคาดหวังของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงปลายปีนี้
IBM ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซื้อ Confluent เสริมแกร่ง Data และ AI
ข่าวใหญ่ที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คือการที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง International Business Machines Corp. (IBM) ใกล้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Confluent บริษัทซอฟต์แวร์ด้าน Data Streaming ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปแบบเงินสดทั้งหมด การเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า IBM ต้องการเร่งยกระดับความสามารถในการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งต้องพึ่งพาการไหลของข้อมูลที่รวดเร็วและต่อเนื่อง
Confluent เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นบน Apache Kafka ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักในการจัดการข้อมูลที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง การผนวก Confluent เข้ามาจะช่วยให้ IBM สามารถนำเสนอโซลูชันด้าน AI และ Hybrid Cloud ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าองค์กรทั่วโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ทุกธุรกิจต้องการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจได้ทันที
รายงานข่าวระบุว่า ทันทีที่มีข่าวการเจรจาขั้นสูงออกมา หุ้นของ Confluent ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเคยขึ้นไปถึง 28% ในช่วงที่มีรายงานข่าวการเจรจาขั้นสูง ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อมูลค่าทางยุทธศาสตร์ของบริษัท อย่างไรก็ตาม หุ้นของ IBM มีปฏิกิริยาที่แตกต่างออกไป โดยมีการปรับตัวลงเล็กน้อยประมาณ 2.5% หลังจากการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป็นปฏิกิริยาปกติของตลาดต่อการประกาศดีลขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่โดยรวมแล้ว ตลาดมองว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ IBM ในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดเทคโนโลยีคลาวด์และ AI
ตลาดจับตา Fed และสัญญาณลดดอกเบี้ยครั้งที่ 4
ในส่วนของเศรษฐกิจมหภาค ตลาดการเงินยังคงให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานจาก Reuters ระบุว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Fed funds futures) บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 89% ที่ Fed จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (0.25%) ในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกันในปีนี้
ความคาดหวังนี้มีสาเหตุหลักมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่ง Fed พยายามจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรง นักวิเคราะห์จาก BCA Research กล่าวกับ CNBC ว่า Fed มีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า เพื่อตอบสนองต่อสัญญาณความอ่อนแอของตลาดและเพื่อหา “จุดสมดุลใหม่” (new normal) ของอัตราดอกเบี้ยในยุคหลังวิกฤต การตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคมนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการลงทุนและกระแสเงินทุนทั่วโลกในปี 2569
ตลาดน้ำมันผันผวน: ราคาพุ่งกว่า 2% แม้ซาอุฯ เตรียมลดราคา
ขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็แสดงความผันผวนเช่นกัน โดยราคาน้ำมันดิบ (Crude Oil) ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2% ในวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 โดยขึ้นไปอยู่ที่ 57.98 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล การปรับขึ้นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงมีอยู่ เนื่องจาก Reuters รายงานว่า ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะปรับลดราคาน้ำมันดิบ Arab Light สำหรับการส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดเอเชีย แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ในภาพรวมราคาน้ำมันดิบยังคงลดลงกว่า 2.26% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลกที่ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี
โดยสรุป การอัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายปีนี้ ชี้ให้เห็นถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ขนาดใหญ่ในภาคเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อน AI และความพยายามของธนาคารกลางในการประคับประคองเศรษฐกิจโลกผ่านนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักที่นักลงทุนทั่วโลกจะจับตามองต่อไปในไตรมาสแรกของปีหน้า
อ้างอิง:
















