สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

0
53






สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

สำนักข่าวการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและการลงทุนทั่วโลกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีประเด็นหลักคือ การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ, ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากกระแส AI, และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบหลังเกิดความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

Bloomberg: เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น หลังเงินเฟ้อชะลอตัว

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยระบุว่าอาจมีการพิจารณาเริ่มการปรับลดเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนแรก ซึ่งเดิมมองว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2569 การส่งสัญญาณดังกล่าวมีขึ้นหลังจากข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคบริการและราคาพลังงาน นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวในการประชุมลับกับคณะกรรมการว่า “ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเกินความจำเป็นนั้นเพิ่มขึ้น” และ “การดำเนินการอย่างทันท่วงทีเพื่อปรับสมดุลของนโยบายการเงินจะเป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพระยะยาว”

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ Bloomberg คาดการณ์ว่า เฟดอาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือนมีนาคม แทนที่จะเป็นเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่าจะมีการปรับลดรวม 75-100 จุดพื้นฐานภายในสิ้นปี 2569 ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ คึกคักทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อพันธบัตรเพื่อรับประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้น

ที่มา: Bloomberg

CNBC: หุ้น “เทคยักษ์” พุ่งทำสถิติใหม่ หลังกำไรทะลุเป้าจากกระแส AI

CNBC รายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่น่าทึ่งของบริษัท “Aether Corp” (ชื่อสมมติแทนบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในกลุ่ม Magnificent Seven โดย Aether Corp รายงานกำไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 20% และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตคือ การลงทุนและการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) ซึ่งรวมถึงชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงและบริการคลาวด์ AI

นางสาวลินดา เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Aether Corp เปิดเผยว่า “เราได้เห็นการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างก้าวกระโดด ซึ่งทำให้ความต้องการพลังการประมวลผลของเราเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ” หุ้นของ Aether Corp ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-Hours Trading) และคาดว่าจะเปิดตลาดด้วยราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันทำการถัดไป การเติบโตนี้ตอกย้ำถึงการแข่งขันด้าน AI ระดับโลกที่ยังคงร้อนแรง โดยมีรายงานว่า Aether Corp ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการวิจัยและพัฒนา AI ในปี 2569 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท นักลงทุนในตลาดเอเชียและไทยที่ถือครองหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและชิปประมวลผลต่างได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากข่าวดังกล่าว

ที่มา: CNBC

Reuters: ราคาน้ำมันดิบผันผวนหนัก หลังความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าว Reuters รายงานถึงความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 4% ภายในวันเดียว หลังเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดทางทะเลครั้งใหม่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักสองประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การขนส่งเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำต้องชะลอตัวหรือเปลี่ยนเส้นทาง

แม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่ถึงขั้นปิดช่องแคบ แต่ความไม่แน่นอนได้กระตุ้นให้เกิดการซื้อน้ำมันล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge Buying) อย่างหนัก นักวิเคราะห์ด้านพลังงานของ Reuters ชี้ว่า หากความตึงเครียดนี้ยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย และอาจกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อรอบใหม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังงานสูง รัฐบาลและบริษัทพลังงานในเอเชียกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณามาตรการสำรองน้ำมันฉุกเฉินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา: Reuters

โดยสรุป ข่าวอัปเดตจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นพร้อมกันในตลาดโลก ตั้งแต่สัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปจนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคเทคโนโลยี และความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจึงควรใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง