สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดหั่นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ดัน S&P 500 พุ่ง ขณะที่ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากอุปทานล้นตลาด
วันที่ 4 ธันวาคม 2568
รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อน โดยมีสัญญาณเชิงบวกจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กลับเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง.
Bloomberg: เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง หวังกระตุ้นการจ้างงานสหรัฐฯ
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2569. การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ Fed ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วหลายครั้งตลอดปี 2568 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นการจ้างงานในสหรัฐฯ และป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว.
นักวิเคราะห์มองว่าสัญญาณเหล่านี้เป็นผลมาจากข้อมูลตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของตลาดที่ว่า Fed จะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน. การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง.
CNBC: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติใหม่ UBS คาด S&P 500 แตะ 7,500 จุด
ในส่วนของตลาดทุน สำนักข่าว CNBC ได้นำเสนอรายงานที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุน โดย UBS วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ดัชนี S&P 500 สู่ระดับ 7,500 จุด ภายในสิ้นปี 2569. การปรับเพิ่มเป้าหมายครั้งใหญ่นี้สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญสองประการ คือ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ Fed และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่.
นักวิเคราะห์ของ UBS ชี้ว่า แม้ตลาดจะมีความผันผวนบ้าง แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงสดใส เนื่องจากบริษัทต่างๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจได้ดี และการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก. รายงานนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ต่อการฟื้นตัวและเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงปีต่อๆ ไป.
Reuters: อุปทานล้นตลาดกดดันราคาน้ำมันดิบ คาดการณ์เฉลี่ย $62.23 ในปี 2569
ขณะที่ตลาดหุ้นส่งสัญญาณเชิงบวก ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กลับเผชิญกับความท้าทาย สำนักข่าว Reuters รายงานผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) จะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันตลอดปี 2569.
ผลสำรวจระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 62.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2569. สาเหตุหลักมาจากปริมาณอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก (Non-OPEC) ซึ่งมีมากกว่าการเติบโตของอุปสงค์ที่อยู่ในระดับปานกลาง. นักวิเคราะห์บางรายถึงกับคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจลดลงไปอยู่ที่ระดับ 50 ดอลลาร์ปลายๆ ต่อบาร์เรลภายในปลายปี 2569 หากอุปทานส่วนเกินยังคงสูง. สถานการณ์นี้ส่งผลดีต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทยในแง่ของต้นทุนพลังงาน แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร.
บทสรุป: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตา
โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้วาดภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง โดยมีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ Fed เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นให้พุ่งสูงขึ้นและทำสถิติใหม่. อย่างไรก็ตาม แรงกดดันในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ยังคงซบเซา, เป็นเครื่องเตือนใจว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป.
อ้างอิง: ข้อมูลสังเคราะห์จากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters (อ้างอิงตามหมายเลขค้นหา).

















