สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: Bloomberg, CNBC, Reuters รายงานสถานการณ์ล่าสุด ต้นเดือนมีนาคม 2569
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานภาพรวมเศรษฐกิจและการเงินโลกประจำต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง, แนวโน้มตลาดเทคโนโลยี AI และทิศทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากวิกฤตตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 3% ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 72.87 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 67.02 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล การพุ่งขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่านและการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดีเซลอาจทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยังคงรุนแรง กลุ่ม OPEC+ ได้ตกลงในหลักการที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในระดับเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
นโยบายการเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในด้านนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐหลายแห่ง เช่น ธนาคารกรุงเทพ, กรุงไทย, ทีทีบี, กรุงศรี, ไทยพาณิชย์ และ SME D Bank ต่างประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามลงมา เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการและครัวเรือน สำหรับเศรษฐกิจโลกโดยรวม ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะยังคงขยายตัวประมาณ 3% แม้จะมีความผันผวนจากการค้าโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงความยืดหยุ่น โดยมีแรงหนุนจากเทคโนโลยี AI และนโยบายภาษี แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับการกระจุกตัวของความมั่งคั่งและตลาดแรงงาน ในขณะที่ยุโรปเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนเศรษฐกิจจีนยังเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกินและการแข่งขันที่สูง
ตลาดเทคโนโลยีและ AI ยังคงเป็นผู้นำ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้รับบทบาทเป็น “ผู้นำเทรนด์โลก” โดยมีกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เป็นอุตสาหกรรมเด่น แม้จะมีความกังวลเรื่องฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยีบ้าง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันมองว่าปี 2569 เป็นยุคทองของเทคโนโลยี AI และแนวโน้มจะย้ายจากผู้ผลิตชิปไปสู่บริษัทที่นำ AI ไปใช้งาน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเน้นการลงทุนแบบเลือกหุ้นเป็นรายตัว และกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดเกิดใหม่และหุ้นคุณค่า เนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจมีแรงขายทำกำไรออกมา
เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย
สำหรับเศรษฐกิจไทย แม้ GDP ในไตรมาส 4 ปี 2568 จะขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตต่ำเพียง 1.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินสนับสนุนของรัฐที่ลดลง, การส่งออกที่มีแนวโน้มหดตัวจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์โลก ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
ตลาดทองคำยังคงน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนและปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงมองหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ศูนย์วิจัยทองคำรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในไตรมาสแรกของปี 2569 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
โดยสรุปแล้ว ต้นเดือนมีนาคม 2569 ตลาดโลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน, ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงในตลาดเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป.


















