สรุปสถานการณ์โลก: เฟดหั่นดอกเบี้ย-น้ำมันผันผวน ตลาดจับตาปี 2569
อัปเดตข่าวเศรษฐกิจการเงินล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters
วันที่ 29 ธันวาคม 2568 | ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจการเงิน
ในช่วงสิ้นปี 2568 ตลาดการเงินโลกยังคงเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากมติของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อรับมือกับสัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงาน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนอย่างหนัก ซึ่งเป็นประเด็นที่สื่อเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างให้ความสนใจและรายงานอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลาย (รายงานโดย Reuters และ CNBC)
สำนักข่าว Reuters และ CNBC รายงานตรงกันถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ภายใต้การนำของนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 25 จุดพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้การชะลอตัวของตลาดแรงงานที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ลุกลามจนกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น. การปรับลดในครั้งนี้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสำคัญของเฟดลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.50% ซึ่งเป็นการปรับลดติดต่อกันเป็นครั้งที่สามในการประชุมที่ผ่านมา. นักวิเคราะห์ระบุว่า การเคลื่อนไหวของเฟดในช่วงปลายปีนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่จัดการได้ อย่างไรก็ตาม มุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดบางรายยังคงระมัดระวัง โดยนางซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน ให้ความเห็นว่า การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันอาจยังคงเป็น “สิ่งที่เหมาะสมสำหรับตอนนี้” เนื่องจากเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มที่จะคงอยู่ในระดับสูง.
ตลาดหุ้นโลกตอบรับอย่างผสมผสาน (รายงานโดย Bloomberg)
Bloomberg รายงานว่า การตัดสินใจของเฟดและกระแสข่าวเชิงบวกบางส่วนในตลาดเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี S&P 500 สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ในช่วงก่อนวันหยุดยาว. แต่ในภาพรวม ตลาดโลกกลับมีการตอบรับที่ผสมผสานและเงียบเหงาในช่วงการซื้อขายวันหยุด. ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงแข็งแกร่ง จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องความตึงเครียดทางการค้าลง. อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการขึ้นของตลาดสหรัฐฯ หุ้นในวอลล์สตรีทบางส่วนกลับอ่อนตัวลง เนื่องจากการร่วงลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมัน. นักลงทุนกำลังจับตาดูรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่กำลังจะมาถึง เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายของเฟดในปี 2569 ต่อไป.
ความผันผวนรุนแรงในตลาดน้ำมันดิบ (รายงานโดย Bloomberg และ Reuters)
ประเด็นที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่ง Bloomberg และ Reuters รายงานว่าตลาดน้ำมันยังคงเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุด. ในช่วงกลางเดือนธันวาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากล และน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยน้ำมันดิบสหรัฐฯ ร่วงลงถึงร้อยละ 6 ไปปิดที่ 64.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล. การร่วงลงของราคาน้ำมันนี้เป็นปัจจัยกดดันให้วอลล์สตรีทอ่อนตัวลงในช่วงหนึ่ง. อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ราคาน้ำมันดิบกลับดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะอยู่ในช่วงการซื้อขายที่เบาบางของวันหยุด. การเคลื่อนไหวที่สวนทางกันนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลด้านอุปทานที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงในช่วงปลายเดือน ซึ่งช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน.
ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและหุ้นไทย
สำหรับตลาดเอเชียและตลาดหุ้นไทย (SET) การเคลื่อนไหวของตลาดโลกได้ส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานข่าวในประเทศระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.52 จุด ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ก่อนวันหยุดยาว โดยมีแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA และ THAI รวมถึงปริมาณการซื้อขายที่อยู่ในระดับต่ำ. นักวิเคราะห์มองว่า การที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นที่ทำให้ตลาดเอเชียโดยรวมยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายต่อไปในปี 2569. ผู้เชี่ยวชาญจาก CNBC คาดการณ์ว่า ตลาดในปีหน้าจะยังคงมี “ความผันผวนมากขึ้น” ซึ่งนักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด.
อ้างอิง: ข้อมูลรวบรวมและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters (อ้างอิงตามหมายเลขค้นหา [1], [2], [3], [4], [6], [8], [9], [10], [11], [12], [14])

















