อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนักจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง, ทิศทางดอกเบี้ยไม่แน่นอน และกระแส AI

0
30






อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนักจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง, ทิศทางดอกเบี้ยไม่แน่นอน และกระแส AI


อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนักจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง, ทิศทางดอกเบี้ยไม่แน่นอน และกระแส AI

สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์โลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต่างจับตาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก และกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มาพร้อมกับความกังวลใหม่ๆ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

ประเด็นร้อนแรงที่สุดที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกคือการยืนยันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว โดยกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีอิหร่านทั้งทางอากาศและทางทะเล โดยมีเป้าหมายที่กระทรวงหลายแห่งทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป้าหมายคือการปกป้องชาวอเมริกันโดยกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน ซึ่งเขากล่าวหาว่ายังคงพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล แม้จะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เขายังระบุว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ Fordow, Nets และ Isfahan ถูก “ทำลายสิ้น” ไปแล้วในปฏิบัติการเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งเป้าไปยังอิสราเอล ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ต้องจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ลุกลามอย่างรวดเร็วในตะวันออกกลางนี้ ความขัดแย้งนี้ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาคและความเสี่ยงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดน้ำมัน ในส่วนของประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่ามีเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้ว 20 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารประมาณ 2,000-3,000 คน ขณะที่สายการบินไทยยังคงให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินที่ผ่านเส้นทางที่มีการโจมตี แต่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลก: เงินเฟ้อยังคงเป็นความท้าทาย

อัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก แม้จะมีสัญญาณของการชะลอตัวลงบ้าง แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) กลับลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% ทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% ในปี 2569 ในแต่ละภูมิภาคมีแนวโน้มเงินเฟ้อที่แตกต่างกัน โดยคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานในสหรัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.2% ขณะที่ยูโรโซนจะชะลอตัวลงเหลือ 1.9% และสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 2.4%

  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed): นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Fed อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น
  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE): ECB ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว เช่นเดียวกับ BoE ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนกุมภาพันธ์ แม้จะมีกรรมการบางท่านลงคะแนนให้ลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อประจำปีของสหราชอาณาจักรลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ 3.0% ในเดือนมกราคม ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ BoE จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT): ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.25% ด้วยมติเอกฉันท์ โดยให้เหตุผลถึง “การชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน” และ “ความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น” ที่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น BOT ยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ 2.2% ในปี 2568 แต่ได้ปรับลดการคาดการณ์สำหรับปี 2569 ลงเหลือ 1.5% จากประมาณการก่อนหน้าที่ 1.6% หลังจากเศรษฐกิจไทยเติบโต 2.5% ในปี 2567

โดยรวมแล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่ 2.8% ในปี 2569

กระแส AI และตลาดเทคโนโลยี: โอกาสและความกังวล

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนอย่างมากจากความเชื่อมั่นในอนาคตของ AI โดยดัชนีหลักในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาต่างปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ ดัชนี Dow Jones ของสหรัฐฯ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพุ่งทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ทะลุ 6,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับ ‘ฟองสบู่ AI’ ก็เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งประกาศตัวเลขค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital Expenditure – CAPEX) ที่สูงเกินคาด เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยเฉพาะกรณีของ Amazon ที่มีรายงานว่าตัวเลข CAPEX สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นที่รวมของหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ มีการปรับตัวลงถึง 2.86% ในช่วงที่ต่ำสุดจาก “ความตื่นตระหนกใน AI” (AI Panic) นอกจากนี้ ไต้หวันซึ่งผลิตชิปขั้นสูงคิดเป็น 90-97% ของอุปทานทั่วโลก ยังคงเป็นจุดเปราะบางสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เตือนว่าจีนอาจมีแผนบุกไต้หวันภายในปี 2570 ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงกว่าปี 2551 หลายเท่า

นโยบายการค้าสหรัฐฯ และตลาดโลก

ในด้านนโยบายการค้า ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 150 วัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากต่อการค้าโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น จีน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร สำหรับประเทศไทย แม้ว่าการยกเลิกภาษีเดิมจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนผู้ส่งออกในระยะสั้น แต่ผลบวกมีแนวโน้มจำกัดและชั่วคราว เนื่องจากจีนก็ได้รับอัตราภาษีในระดับเดียวกัน ทำให้แรงจูงใจในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง

สรุปภาพรวม

ภาพรวมเศรษฐกิจและการเงินโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจลุกลามในตะวันออกกลาง ไปจนถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่แตกต่างกันในการรับมือกับเงินเฟ้อ และกระแส AI ที่แม้จะขับเคลื่อนการเติบโตแต่ก็สร้างความกังวลถึงความผันผวนในตลาดเทคโนโลยี นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว