หน้าแรก ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย แต่เตือนเงินเฟ้อยังเป็นภัยคุกคาม

อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย แต่เตือนเงินเฟ้อยังเป็นภัยคุกคาม

0
99






อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย แต่เตือนเงินเฟ้อยังเป็นภัยคุกคาม


อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย แต่เตือนเงินเฟ้อยังเป็นภัยคุกคาม

เผยแพร่: 28 พฤศจิกายน 2568

สามสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ตามคาดการณ์ แต่สิ่งที่ตลาดจับตาคือถ้อยแถลงที่แข็งกร้าว (Hawkish) ของประธาน Fed ที่ยังคงเตือนถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเกิดความผันผวนอย่างหนัก

Bloomberg: วิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและการคงดอกเบี้ย

Bloomberg รายงานโดยเน้นไปที่ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค โดยระบุว่าการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25% – 5.50% นั้น สอดคล้องกับตัวเลขการจ้างงานที่เริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ที่ลดลงสู่ระดับ 3.5% ซึ่งบ่งชี้ว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริงแล้ว Bloomberg ชี้ว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านี่คือจุดสิ้นสุดของวงจรการขึ้นดอกเบี้ย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “Dot Plot” หรือการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตของคณะกรรมการ Fed ซึ่งยังคงแสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะถูกคงไว้ในระดับสูงนี้ไปจนถึงปลายปีหน้า ก่อนที่จะมีการปรับลดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ตรงข้ามกับความคาดหวังของตลาดที่ต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยที่รวดเร็วกว่านี้

รายงานยังระบุถึงความแตกต่างที่กว้างขึ้นระหว่างเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด กับเศรษฐกิจในยูโรโซนและจีนที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านการเติบโต ซึ่งทำให้การกำหนดนโยบายของ Fed มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก

CNBC: ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นและมุมมองนักลงทุน

CNBC ซึ่งเป็นช่องข่าวที่เน้นปฏิกิริยาของตลาดโดยตรง รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเปิดตัวด้วยความผันผวน โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ในช่วงแรกปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากข่าวการคงดอกเบี้ย แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลังการแถลงข่าวของประธาน Fed ที่ระบุว่า “การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุด และ Fed พร้อมที่จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหากจำเป็น”

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ระบุว่า นักลงทุนกำลังผิดหวังกับ “ความชัดเจนที่ขาดหายไป” เกี่ยวกับช่วงเวลาของการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรก โดยตลาดได้ปรับลดความน่าจะเป็นที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้าลงอย่างมาก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวได้รับผลกระทบมากที่สุด ในขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสาธารณูปโภคกลับปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมจะยังคงสูงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ CNBC ยังได้นำเสนอมุมมองของนักลงทุนรายย่อยที่แสดงความกังวลว่า ต้นทุนทางการเงินที่สูงจะเริ่มส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ในรายงานไตรมาสถัดไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งตลาดในระยะกลาง

Reuters: ผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาและนโยบายโลก

Reuters มุ่งเน้นการรายงานไปที่ผลกระทบของนโยบาย Fed ต่อระบบการเงินโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) รายงานระบุว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) ได้สร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง เนื่องจากเงินทุนมีแนวโน้มที่จะไหลกลับไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น

Reuters อ้างอิงแหล่งข่าวจากธนาคารกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่งที่ระบุว่า พวกเขาอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและควบคุมเงินเฟ้อภายในประเทศ แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอตัวลงแล้วก็ตาม รายงานเน้นย้ำว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ถูกส่งต่อมาจากนโยบายของประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ Reuters ยังได้รายงานถึงการตอบสนองของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งต่างยืนยันว่าจะยังคงดำเนินนโยบายตามสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศของตนเอง แม้จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดที่เกิดจากการตัดสินใจของ Fed ก็ตาม

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว การรายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้วาดภาพรวมที่ชัดเจนว่า แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว แต่ตลาดยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวของ Fed ที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก และสร้างความท้าทายอย่างยิ่งยวดต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่อไป