อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันตลาดโลกพุ่ง สวนทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว

0
100






อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันตลาดโลกพุ่ง สวนทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว


อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันตลาดโลกพุ่ง สวนทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว

รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลกที่สำคัญจากสามสำนักข่าวชั้นนำ Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างความคึกคักของตลาดโลกที่ได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการบริโภคในประเทศที่อ่อนแอและการชะลอตัวของการเติบโต

สัญญาณผ่อนคลายนโยบายจาก Fed ดันวอลล์สตรีททำสถิติใหม่

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้พุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ (all-time highs) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต. ความคาดหวังดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความสามารถของ Fed ในการควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย. แรงผลักดันนี้ทำให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนไปยังสินทรัพย์เสี่ยง (riskier assets) โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth stocks) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนดัชนีหลัก ๆ ของสหรัฐฯ

— รายงานโดย CNBC

Bloomberg ชี้เงินทุนเคลื่อนย้าย จับตาผลกระทบต่อตลาดเอเชีย

ในขณะเดียวกัน Bloomberg ได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดการเงินโลก โดยระบุว่าสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของ Fed ได้ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของเงินทุนข้ามพรมแดนอย่างมีนัยสำคัญ. การคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะลดลงได้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาทของไทยด้วย. อย่างไรก็ตาม, รายงานของ Bloomberg เตือนว่า แม้จะมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก แต่ตลาดเอเชียและไทยยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

— รายงานโดย Bloomberg

Reuters รายงานเศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่างน่ากังวล

ในส่วนของประเทศไทย Reuters ได้นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจที่แตกต่างจากความคึกคักของตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยรายงานว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา. การชะลอตัวนี้มีสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน.

นักวิเคราะห์ที่อ้างอิงข้อมูลจาก Reuters ชี้ว่า แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นเสาหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้ แต่ผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนสูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้ฉุดรั้งกำลังซื้อของประชาชนอย่างต่อเนื่อง. ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของสถาบันวิจัยหลายแห่งที่ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับ “การชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ” ในช่วงครึ่งหลังของปี.

— รายงานโดย Reuters

บทสรุปและมุมมองต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

การรายงานข่าวที่สอดประสานกันของทั้งสามสำนักข่าวสะท้อนให้เห็นถึงภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันภายใน ขณะที่ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการผ่อนคลายทางการเงินในระดับโลก. สัญญาณจาก Fed ที่อาจนำไปสู่การลดดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะช่วยลดภาระการกู้ยืมและทำให้เงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนจากภาคเอกชน.

Reuters และ Bloomberg ต่างจับตาการตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหรือไม่ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากบางส่วนให้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ. อย่างไรก็ตาม, การตัดสินใจของ ธปท. จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้านระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว.

โดยสรุปแล้ว แม้ตลาดการเงินโลกจะเฉลิมฉลองกับความหวังในการผ่อนคลายนโยบายของ Fed ตามรายงานของ CNBC และ Bloomberg แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ภาพรวมเศรษฐกิจที่นำเสนอโดย Reuters ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นที่ตรงจุดเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชน.

อ้างอิงข้อมูล: