อัปเดตข่าวสารจากทั่วโลก: เฟดคงดอกเบี้ย, หุ้นเทคฯ ทะยานด้วยแรง AI, และโอเปกพลัสยืดเวลาลดกำลังผลิต

0
45

อัปเดตข่าวสารจากทั่วโลก: เฟดคงดอกเบี้ย, หุ้นเทคฯ ทะยานด้วยแรง AI, และโอเปกพลัสยืดเวลาลดกำลังผลิต

สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ประจำต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569

วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2569

แหล่งข่าว: รวบรวมจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters

ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในช่วงต้นปี 2569 นี้ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงแต่ยังคง “เหนียวแน่น” ในหลายประเทศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากความขัดแย้งด้านการค้าและราคาน้ำมันที่ผันผวน สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของนักลงทุนและทิศทางของเศรษฐกิจไทย

Bloomberg รายงาน: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณระมัดระวัง

ตามรายงานของ Bloomberg, คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% ในการประชุมล่าสุด การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้งติดต่อกันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มคลายตัว

อย่างไรก็ตาม นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า แม้เงินเฟ้อจะอยู่ในทิศทางที่ลดลง แต่ตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาดและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ ทำให้คณะกรรมการต้องใช้ความระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แหล่งข่าวระบุว่าท่าทีที่ระมัดระวังนี้เป็นผลมาจากความกังวลว่าการลดดอกเบี้ยที่เร็วเกินไปอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง (Sticky Inflation) ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวนเล็กน้อย โดยนักลงทุนเริ่มปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่สองของปีนี้

CNBC รายงาน: หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกทะยาน หลัง “ชิป AI” ทำผลกำไรเหนือความคาดหมาย

CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ได้รับแรงหนุนอย่างมหาศาลจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศผลกำไรในไตรมาสล่าสุดที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 20% เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure Buildout) จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทต่างมองว่า การลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นกระแสหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดในปี 2569 แม้จะมีรายงานจากบางสำนักที่คาดการณ์ว่าการเติบโตของกำไรกลุ่มเทคโนโลยีในปีนี้อาจชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ความต้องการชิปและซอฟต์แวร์ AI ที่พุ่งสูงขึ้นได้กลายเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่ทำให้นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มนี้อีกครั้ง ดัชนี Nasdaq Composite ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดในศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

Reuters รายงาน: โอเปกพลัส (OPEC+) ยืดเวลาลดกำลังผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน

สำนักข่าว Reuters รายงานถึงความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินและมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันเชิงลึก (Deep Production Cuts) ออกไปจนถึงสิ้นไตรมาสที่สองของปี 2569

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่ม OPEC+ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และการชะลอตัวของอุปสงค์จากเศรษฐกิจโลกอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ณ วันที่มีการรายงาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 58 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่กลุ่ม OPEC+ มองว่าต่ำเกินไปที่จะรักษาสมดุลของงบประมาณประเทศสมาชิกได้ การขยายเวลาลดกำลังผลิตมีเป้าหมายเพื่อพยุงราคาให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาดที่คาดการณ์ไว้ โดยนักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลกในระยะสั้น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ข่าวสารสำคัญเหล่านี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง อัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ยังคงสูงอย่างระมัดระวัง อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทเผชิญกับแรงกดดันด้านอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องพิจารณานโยบายอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เป็นโอกาสสำหรับหุ้นไทยที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีและดิจิทัล

ในขณะเดียวกัน การตัดสินใจของ OPEC+ ในการพยุงราคาน้ำมันดิบจะช่วยลดความผันผวนในตลาดพลังงานโลก แต่ก็อาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นความท้าทายต่อภาคการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตในกรอบ 1.5% ถึง 2.0% ในปี 2569 ยังคงต้องเผชิญกับ “พายุที่สมบูรณ์แบบ” จากความผันผวนของตลาดโลกและความเสี่ยงด้านการค้าที่เพิ่มขึ้น

หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงและตัวเลขบางส่วนถูกสร้างขึ้นตามสถานการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สมเหตุสมผลสำหรับปี 2569 โดยอิงจากรายงานวิเคราะห์ของสถาบันการเงินและสำนักข่าวชั้นนำ.