อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: จับตาการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed ในเดือนธันวาคม 2025

0
122






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: จับตาการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed ในเดือนธันวาคม 2025


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: จับตาการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed ในเดือนธันวาคม 2025

วอชิงตัน ดี.ซี. – สำนักข่าวการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters รายงานตรงกันว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ กำลังกลายเป็นจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลก เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่สามของปีนี้หรือไม่ ท่ามกลางความเห็นที่แตกออกของเจ้าหน้าที่ Fed และความกังวลที่ยังคงมีต่อภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

การตัดสินใจ “เสี่ยงกึ่งกลาง” ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่าง

รายงานจาก Reuters และ CNBC ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2568 นี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ “เสี่ยงกึ่งกลาง” (toss-up) โดยรายงานการประชุม FOMC ครั้งล่าสุดเผยว่า เจ้าหน้าที่หลายคนมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการปรับลดไปแล้วสองครั้งในปีนี้ ฝ่ายที่ยังลังเลแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในสหรัฐฯ และสัญญาณความมั่นคงของตลาดแรงงาน ในขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนยังคงเปิดกว้างต่อการปรับนโยบายการเงินในระยะใกล้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

ความไม่แน่นอนทางนโยบายที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องยึดแนวทางที่เน้น “การพึ่งพาข้อมูล” (data-dependent approach) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเนื่องจากความล่าช้าในการรายงานข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจบางตัว ทำให้การตัดสินใจในเดือนธันวาคมนี้ต้องทำโดยมีข้อมูลอย่างเป็นทางการน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ปฏิกิริยาของตลาดโลก: ดอลลาร์อ่อนค่า-หุ้นผันผวน

Bloomberg รายงานว่า ตลาดการเงินทั่วโลกได้แสดงปฏิกิริยาที่หลากหลายต่อสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ก่อนหน้านี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีทำให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ และส่งผลให้ตลาดในยุโรปและเอเชียปรับตัวขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลังกลับทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น และส่งสัญญาณให้เกิดความระมัดระวังในการคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์การเงินที่รายงานโดย Reuters คาดการณ์ว่า หาก Fed ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐานตามที่ตลาดบางส่วนคาดหวัง จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ภายใต้แรงกดดันในระดับปานกลาง และจะทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yield curve) มีความชันมากขึ้น (steepen) ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย

มุมมองเศรษฐกิจโลกและวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบาย

ผู้เชี่ยวชาญจาก CNBC และ Bloomberg เน้นย้ำว่า การตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของ “วัฏจักรการผ่อนคลายนโยบาย” (easing cycle) ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกจะลดลงตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ความไม่แน่นอนทางนโยบายโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ตลาดในยุโรปยังถูกมองว่ามีสุขภาพที่ดีกว่าตลาดสหรัฐฯ ในปัจจุบัน โดยนักวิเคราะห์จาก BNP Paribas 360 ให้ความเห็นกับ Reuters ว่า พวกเขามีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มตลาดในยุโรปในปีหน้า

โดยสรุป การประชุม FOMC ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ด้วย ซึ่งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสัญญาณที่ชัดเจนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อไป

อ้างอิง: ข้อมูลรวบรวมจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters