อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาดีลสหรัฐฯ-ไต้หวัน, สัญญาณเฟด และทิศทางตลาดหุ้นไทย
วันที่ 16 มกราคม 2569
(รายงานพิเศษ) – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่สำคัญในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 โดยมีประเด็นหลักที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ทั้งข้อตกลงทางการค้าครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงความแตกต่างของทิศทางตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทย
สหรัฐฯ-ไต้หวัน บรรลุข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์: ลดภาษีแลกการลงทุนชิป $2.5 แสนล้าน
รายงานจากหลายสำนักข่าวระบุตรงกันว่า สหรัฐอเมริกาและไต้หวันได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าครั้งสำคัญ โดยมีผลในการลดภาษีนำเข้าในหลายหมวดสินค้าลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อแลกกับการที่บริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของไต้หวันจะเดินหน้าลงทุนในสหรัฐฯ เป็นมูลค่ารวมสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.75 ล้านล้านบาท)
ข้อตกลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านชิปคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งไต้หวันเป็นผู้นำตลาดโลก การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแผนการของ Microsoft ที่จะขยายศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด โดย Bloomberg ได้รายงานถึงความกังวลด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความพยายามของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ AI นักวิเคราะห์เชื่อว่าข้อตกลงนี้จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียด้วย
จับตาสัญญาณ ‘เฟด’ และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
ความสนใจของตลาดการเงินโลกยังคงมุ่งไปที่การดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยมีรายงานเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่กล่าวถึง นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ตลาดกำลังรอคอยความชัดเจนว่าเฟดจะเริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
นอกจากนี้ CNBC และ Bloomberg ยังรายงานว่า ตลาดกำลังเฝ้ารอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางนโยบายของเฟดในระยะถัดไป ข้อมูลที่นักลงทุนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI), ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP Data), จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับ (JOLTS), และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (UoM) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ตลาดหุ้นโลกทำ ‘New High’ สวนทางตลาดหุ้นไทย
ในขณะที่ตลาดการเงินโลกโดยรวมยังคงมีทิศทางเชิงบวก โดยหลายตลาดหุ้นหลักของโลกได้ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2569 แต่ทิศทางของตลาดหุ้นไทย (SET Index) กลับมีความผันผวนและแตกต่างออกไป
ข้อมูลจาก Reuters และแหล่งข่าวในประเทศชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 มีการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีบางตัว อย่างไรก็ตาม แรงขายจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารได้เข้ามาถ่วงดุลและจำกัดการปรับตัวขึ้นของดัชนี ณ วันที่ 9 มกราคม 2569 ดัชนี SET ปิดที่ 1,254.09 จุด โดยเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 32,660 ล้านบาท นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศบางประการ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังและการเลือกตั้งทั่วไปที่ใกล้เข้ามา ทำให้นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยทั้งภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนต่อไป
แหล่งที่มา: Bloomberg, CNBC, Reuters และการรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่เกี่ยวข้อง

















