อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณเฟดผ่อนคลาย-แรงขับเคลื่อนจาก AI
รายงานโดยกองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจโลก | 23 ธันวาคม 2568
วอลล์สตรีทและตลาดการเงินทั่วโลกปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) อาจเริ่มพิจารณาการผ่อนคลายนโยบายการเงินในเร็ววัน หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ แสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างชี้ให้เห็นถึงบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาคึกคักในช่วงปลายปี 2568 นี้.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทะยานใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
รายงานล่าสุดจาก CNBC และ Bloomberg ระบุว่า ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Magnificent 7’ ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด. การปรับตัวขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนที่เชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงจะเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า.
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินให้ความเห็นว่า แม้ตลาดจะมีความผันผวนบ้างในบางช่วงเวลา แต่ภาพรวมของตลาดโลกในช่วงปลายปี 2568 ก็แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้. รายงานจาก Reuters ชี้ว่า นักลงทุนได้เพิ่มการเดิมพันในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ.
แรงขับเคลื่อนจากกระแส AI และการลงทุนในศูนย์ข้อมูล
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผลักดันการเติบโตของตลาดคือการลงทุนอย่างมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI). Nasdaq และ Bloomberg รายงานตรงกันว่า บริษัทวิจัย McKinsey & Co. ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั่วโลกจะสูงถึงประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573. ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ.
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในบริษัท AI ของจีน เพื่อกระจายความเสี่ยงและแสวงหา ‘DeepSeek’ รายใหม่ในตลาดเอเชีย. การลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ไม่เพียงแต่ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้พุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดกระแสการออกตราสารหนี้จำนวนมากเพื่อระดมทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI อีกด้วย.
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทำสถิติใหม่
นอกเหนือจากตลาดหุ้นแล้ว ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน. รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ราคาทองคำและทองแดงได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะทองคำที่มักถูกมองเป็นสินทรัพย์หลบภัยในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่. การที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับการเติบโตของตลาดหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป.
การคาดการณ์นโยบายธนาคารกลางที่แตกต่างกัน
แม้ว่าความคาดหวังในการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนตลาด แต่รายงานจาก IG ชี้ให้เห็นว่า นโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีความแตกต่างกัน. ในขณะที่เฟดอาจส่งสัญญาณผ่อนคลาย แต่ธนาคารกลางบางแห่งอาจยังคงนโยบายที่เข้มงวดเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในปี 2569.
สรุปประเด็นหลักจาก Bloomberg, CNBC, Reuters:
– ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยดัชนีสหรัฐฯ ใกล้ระดับสูงสุด.
– แรงหนุนหลักมาจากความคาดหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว.
– กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI เป็นผู้นำตลาด โดยมีการคาดการณ์การลงทุนใน Data Center ทั่วโลกสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์.
– ราคาทองคำและทองแดงทำสถิติสูงสุดใหม่.
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นจะยังคงมีโอกาสเติบโตต่อไปในช่วงต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้าและนโยบายที่ไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามที่ Reuters รายงาน.
*อ้างอิงข้อมูลจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters, Investopedia, IG, Nasdaq, McAlvany Financial Group, IFM Investors, Stock Analysis


















