อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ แสงแห่งความหวังในการลดดอกเบี้ย

0
47






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ แสงแห่งความหวังในการลดดอกเบี้ย


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ แสงแห่งความหวังในการลดดอกเบี้ย

วอชิงตัน ดี.ซี. – ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังตอบสนองต่อการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างให้ความสำคัญและวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเปิดเผยตัวเลขที่สร้างความประหลาดใจเล็กน้อยในส่วนของเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)

ข้อมูล CPI ที่ประกาศออกมาเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปรายเดือนยังคงเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยขยายตัวที่ร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ร้อยละ 2.7 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความโล่งใจให้กับนักลงทุนคือตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

การตอบสนองของตลาด: ความหวังในการผ่อนคลายนโยบาย

การที่เงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวลงเกินคาดได้จุดประกาย “ความหวังชั่วคราว” (tentative relief) ในหมู่นักลงทุน และทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ Fed จะเริ่มพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปี 2569 อีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้เริ่มแสดงความสงสัยเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ข้อมูลล่าสุดได้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในตลาด ดัชนีตลาดหุ้นหลัก ๆ ของสหรัฐฯ เช่น Dow Jones และ S&P 500 ได้ปรับตัวสูงขึ้นทันทีหลังการประกาศ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าแรงกดดันด้านราคาที่ลดลงจะเปิดทางให้ Fed สามารถดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้นได้

บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวชั้นนำ:

Bloomberg ชี้ว่าแม้เงินเฟ้อพื้นฐานจะอ่อนตัวลง แต่ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่ยังคงอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ บ่งชี้ว่า Fed ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายในการประชุมเดือนมกราคมนี้ โดยคาดว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม (Hold)

CNBC รายงานว่า ตลาดตราสารหนี้มีความผันผวน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีมีการปรับตัวลงเล็กน้อย สะท้อนถึงการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า Fed อาจจะต้องปรับลดดอกเบี้ยในที่สุด การวิเคราะห์ของ CNBC เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานและการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว

Reuters รายงานถึงการแสดงความเห็นของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ ก่อนหน้านี้ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกลางในการรักษาความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง แม้ว่าตลาดจะพยายามคาดเดาการตัดสินใจของ Fed อย่างต่อเนื่องก็ตาม Reuters วิเคราะห์ว่าการที่ตัวเลขเงินเฟ้อไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ Fed มีพื้นที่ในการพิจารณาทางเลือกนโยบายมากขึ้น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชีย

สำหรับประเทศไทยและตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชีย การเคลื่อนไหวของ Fed ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลสูง การที่ตลาดโลกกลับมามีความหวังในการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ได้ส่งผลบวกต่อกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ชั่วคราว ค่าเงินบาทอาจได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินไทยหลายแห่งประเมินว่า หาก Fed เริ่มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะมีช่องว่างในการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยของตนเองมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ

แนวโน้มระยะถัดไป

แม้จะมีสัญญาณบวกจากข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐาน แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังคงมีความระมัดระวัง โดยระบุว่า Fed จะยังคงต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลการจ้างงานและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่จะเผยแพร่ในสัปดาห์ถัดไป การตัดสินใจของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไปจะยังคงเป็นจุดสนใจหลักของตลาดโลก เนื่องจากนักลงทุนต้องการความชัดเจนว่าการผ่อนคลายทางการเงินจะเกิดขึ้นเมื่อใดและรวดเร็วเพียงใด

โดยสรุป การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมนี้ ได้สร้างความผันผวนและความหวังระลอกใหม่ในตลาดการเงินโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนไทยและผู้ประกอบการต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินและทิศทางเศรษฐกิจมหภาค

อ้างอิง:,,,,,,,