อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ย ท่ามกลางหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่เริ่มมีสัญญาณผสม

0
40






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ย ท่ามกลางหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่เริ่มมีสัญญาณผสม


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ย ท่ามกลางหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่เริ่มมีสัญญาณผสม

วอชิงตัน/แฟรงก์เฟิร์ต/นิวยอร์ก – ตลาดการเงินโลกยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ และผลประกอบการที่หลากหลายของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี โดยล่าสุดสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานอัปเดตสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและตลาดทุนทั่วโลก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยและสัญญาณเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นกังวล

ตามรายงานของ CNBC ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ได้ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของตลาดส่วนใหญ่. การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่า Fed กำลังอยู่ในช่วง “พัก” จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมุมมองทางเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดีขึ้น. อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 ยังคงตามหลอกหลอนเศรษฐกิจสหรัฐฯ.

นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC โดยแสดงการสนับสนุนการตัดสินใจของคณะกรรมการ FOMC (Federal Open Market Committee) ในการคงช่วงเป้าหมายสำหรับอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลาง (federal funds rate). แม้ว่า Fed จะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว แต่การสื่อสารของเจ้าหน้าที่ยังคงระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตลาดตีความไปในทางที่จะมีการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนไทยและทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการไหลออกของเงินทุนจากตลาดเกิดใหม่

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันความมั่นคงของนโยบาย

ในส่วนของทวีปยุโรป Reuters รายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมเช่นกัน. การคงอัตราดอกเบี้ยนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ECB เช่น นาย Escriva ได้แสดงความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะยังคงมีเสถียรภาพ.

รายงานของ Reuters ยังเน้นย้ำว่า ECB ได้ลดความสำคัญของผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีต่อการตัดสินใจในอนาคต. ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB มุ่งเน้นไปที่การควบคุมนโยบายการเงินภายในเขตยูโรโซนเป็นหลัก. การตัดสินใจของ ECB ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางหลักๆ ของโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการประเมินผลกระทบจากนโยบายที่เข้มงวดที่ใช้มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ผลประกอบการ Big Tech สัญญาณผสมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ทางด้านตลาดทุน สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Big Tech) ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลายตัว รวมถึง Microsoft, Meta และ Apple ได้ประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้ดัชนี Nasdaq 100 ยังคงอยู่ในระดับสูง.

อย่างไรก็ตาม Bloomberg ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณที่เริ่มมีความหลากหลาย (Divergence) ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยแม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็มีรายงานว่าราคาหุ้นของ Microsoft กลับอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ (Cloud Growth) เริ่มชะลอตัวลง แม้ว่าจะมีการใช้จ่ายด้าน AI เป็นสถิติใหม่ก็ตาม. นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทผลิตชิปบางแห่งที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ก็ทำให้นักลงทุนผิดหวังและส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลง.

บทสรุปและผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย

โดยสรุป ข่าวอัปเดตจากทั้งสามสำนักข่าวชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ธนาคารกลางหลักๆ กำลัง “หยุดพัก” เพื่อประเมินผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยสูงที่ใช้ในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ. ในขณะที่ตลาดหุ้นยังคงได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง.

สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed และ ECB อาจช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยในประเทศได้ในระยะสั้น แต่ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ตามที่ Bloomberg รายงาน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดจะยังคงให้ความสนใจกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังจะมาถึง เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมว่าเมื่อใดที่ธนาคารกลางเหล่านี้จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก.