อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่ง

0
86




อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่ง


อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่ง

รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความผันผวนครั้งสำคัญ โดยมีจุดโฟกัสหลักอยู่ที่การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Bloomberg ชี้ “บอนด์ยีลด์” สหรัฐฯ ทรงตัวสูง กดดันตลาดทุนทั่วโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year Treasury yield) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ ประมาณ 4.13% แม้จะมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ราว +1.0 ถึง +2.0 basis points (bps) ในการซื้อขายล่าสุด แต่ระดับดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความกังวลให้กับตลาดทุนทั่วโลก ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นสะท้อนถึงต้นทุนการกู้ยืมที่แพงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อการเติบโตของบริษัทและเศรษฐกิจโดยรวม รายงานระบุว่า แรงกระแทกจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยถึงราว 16 basis points โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในเอเชียที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน

CNBC เปิดเผย: ตลาดคาดการณ์ ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ย 85%

ด้าน CNBC ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Market) และรายงานว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% (25 basis points) ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึงประมาณ 85% การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อในบางภาคส่วน อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNBC ยังได้อ้างอิงถึงความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed บางรายที่มีท่าที ‘Hawkish’ หรือยังคงเฝ้าระวังเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้บางฝ่ายมองว่าการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นปีอาจถูกปรับลดลง ความเห็นที่แตกต่างกันนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น

รายงานข่าวจาก CNBC ยังเน้นย้ำถึงความผันผวนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วงลงของ Bitcoin ซึ่งสะท้อนถึงการที่ผู้ค้าเร่งลดความเสี่ยง (Cut Risk) ก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ Fed ในปี 2569

Reuters วิเคราะห์: ตลาดโลกจับตาผลกระทบจากนโยบายสหรัฐฯ

Reuters ได้นำเสนอการวิเคราะห์ถึงผลกระทบในวงกว้าง โดยระบุว่า แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ความเสี่ยงจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่สูงยังคงเป็นภัยคุกคามที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม ตลาดโลกมีความสัมพันธ์กับตลาดสหรัฐฯ มากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจของ Fed และความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ชี้ว่า นักลงทุนควรเฝ้าระวังถ้อยแถลงของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ที่จะมีขึ้นหลังปิดตลาดสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยในรอบถัดไป หากถ้อยแถลงมีเนื้อหาที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อต่อไป อาจส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังในการหั่นดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะนำมาซึ่งความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินช่วงปลายปี

สรุปภาพรวมและสิ่งที่ต้องจับตา

โดยสรุปแล้ว ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดการเงินโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่นอนในช่วงสิ้นปี 2568 ความเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการตัดสินใจของ Fed จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดทุนและตลาดเงินทั่วโลกในระยะต่อไป นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้ทันต่อสถานการณ์

ที่มา: รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters และการวิเคราะห์ตลาด ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2568