อัปเดตข่าวสาร: สรุปรายงานจาก Bloomberg, CNBC, Reuters
กรุงเทพฯ – 4 ธันวาคม 2568
ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก! หลังความเชื่อมั่น ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. 2568 ลดฮวบ
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ต่างพุ่งเป้าไปที่ความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดการเงินโลก ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของปีในเดือนธันวาคม 2568 นี้
เดิมที ตลาดมีความคาดหวังอย่างสูงว่า Fed จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนธันวาคม โดยก่อนหน้านี้มีโอกาสสูงถึง 95% ที่จะมีการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า ความคาดหวังดังกล่าวได้ลดลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียงประมาณ 53% เท่านั้น เนื่องจากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่งบางส่วน และท่าทีที่ระมัดระวังของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์
ความเห็นแตกในคณะกรรมการ FOMC ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในหมู่สมาชิกของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ความไม่ลงรอยกันนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดการเงินไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง
ในขณะที่บางส่วนของ FOMC มองว่าการลดดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นการจ้างงานและป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หลังจากที่ Fed ได้เคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ในช่วงต้นปี 2568 เพื่อสนับสนุนการจ้างงานในสหรัฐฯ แต่สมาชิกสายเหยี่ยว (Hawks) บางรายยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจกลับมาอีกครั้ง หากมีการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป
CNBC รายงานว่า ความไม่แน่นอนนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนีหลักหลายตัวได้ปรับตัวลดลงทันที ภายหลังจากที่นายพาวเวลล์ส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นักลงทุนต่างวิตกกังวลว่าการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภค
Reuters สรุปผลกระทบต่อตลาดโลกและสกุลเงิน
สำนักข่าว Reuters ได้วิเคราะห์ผลกระทบในวงกว้าง โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Fed ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตลาดหุ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดสกุลเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ด้วย:
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD): มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ เนื่องจากโอกาสในการลดดอกเบี้ยลดลง ทำให้นักลงทุนมองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงน่าสนใจ
- ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีความผันผวนสูง สะท้อนถึงความไม่แน่ใจในทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินในระยะกลาง
- ราคาทองคำและน้ำมัน: ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับความกังวลด้านอุปสงค์ในระยะสั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาดที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ระบุว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า ก่อนการประชุม Fed จะมีขึ้น โดยแนะนำให้พิจารณาการปรับพอร์ตการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความเสี่ยงสูง (High Volatility)
โดยสรุป รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจของ Fed ในเดือนธันวาคม 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังสร้างความตึงเครียดให้กับตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า Fed จะเลือกเส้นทางใดระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดดอกเบี้ย หรือการควบคุมเงินเฟ้อด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยไว้
— สรุปและเรียบเรียงจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters —



















