อัปเดตข่าวสำคัญจากทั่วโลก: บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี, รอยเตอร์ส
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น)
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง บลูมเบิร์ก (Bloomberg), ซีเอ็นบีซี (CNBC) และ รอยเตอร์ส (Reuters) ได้รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์สำคัญที่กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก ภาคธุรกิจเทคโนโลยี และความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นหลักที่น่าจับตา ตั้งแต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปและตะวันออกกลาง
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการตัดสินใจของธนาคารกลาง (Bloomberg)
จากรายงานของ บลูมเบิร์ก ระบุว่า ตลาดการเงินยังคงจับตาดูสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย. นักลงทุนกำลังประเมินโอกาสที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยในอีกสองครั้งข้างหน้า ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีความไม่แน่นอน.
แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ แต่การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ยังคงมีความยืดหยุ่นก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของ Fed. นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยมีรายงานว่า ธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ซึ่งเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้. การคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาข้อตกลงการค้า CUSMA ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายทางการเงิน.
ผลประกอบการ Big Tech และการลงทุนใน AI (CNBC)
สำนักข่าว CNBC ได้เผยแพร่รายงานเชิงลึกเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ. ผลประกอบการล่าสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple แสดงให้เห็นว่าสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะยอดขาย iPhone ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทมีการเติบโตขึ้น 23% ในไตรมาสล่าสุด.
นอกจากนี้ ประเด็นการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหัวข้อหลักที่ถูกจับตามอง. รายงานระบุว่า บริษัทเทคขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น Meta และ Microsoft ต่างก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจโฆษณาที่มั่นคงและถูกนำไปใช้เป็นทุนสำหรับการลงทุนครั้งใหญ่ในเทคโนโลยี AI. ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าบริษัทเทคชั้นนำของจีน เช่น Alibaba, ByteDance และ Tencent กำลังดำเนินการจัดซื้อชิป NVIDIA H200 ซึ่งเป็นชิปประมวลผล AI ขั้นสูง เป็นจำนวนรวมกว่า 400,000 ชิ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว. การใช้จ่ายมหาศาลนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการแข่งขันด้าน AI ยังคงเข้มข้นและเป็นแรงผลักดันหลักในภาคเทคโนโลยี.
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ (Reuters)
ในส่วนของข่าวต่างประเทศ รอยเตอร์ส ได้รายงานเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน. นายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอาวุโสของเครมลิน ได้แสดงความเห็นที่เผยแพร่ต่อสาธารณะว่า โลกกำลังเข้าใกล้ความขัดแย้งระดับโลก (Global Conflict) มากขึ้น แต่เน้นย้ำว่ารัสเซียไม่ต้องการให้เกิดสงครามดังกล่าว.
ขณะเดียวกัน มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน โดยสหรัฐอเมริกาและยูเครนได้ประกาศว่าได้สร้าง ‘กรอบการทำงานสันติภาพที่ได้รับการปรับปรุงและกลั่นกรองใหม่’ (updated and refined peace framework) เพื่อยุติความขัดแย้งกับรัสเซีย ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนจากแผนการก่อนหน้า. ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงที่ยังคงมีคำถามตามมา. รอยเตอร์สยังคงเป็นแหล่งข่าวที่ได้รับความไว้วางใจในการรายงานข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง.
โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด ในขณะที่ภาคธุรกิจเทคโนโลยีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการขับเคลื่อนด้วย AI และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.

















